2007/Sep/08

บทที่ 1 - The Dark Lord Ascending

กล่าวถึงโวลเดอมอร์กำลังวางแผนประชุมอยู่กับพวก Death Eaters ค่ะสเนปบอกที่ประชุมว่าแฮร์รี่จะออกเดินทางวันไหนมีบางส่วนยังไม่เชื่อสเนปแล้วก็เถียงกัน .. คุยเรื่อง Ministry of Magic .. โวลดี้ต้องการไม้กายสิทธิ์ของคนอื่นและเขาต้องการฆ่าแฮร์รี่เองโวลดี้เลยจะเอาไม้ของลูเซียสซึ่งลูเซียสก็ขัดไม่ได้โวลดี้เลยกระแนะกระแหน่ลูเซียสแทนไปมาคนอื่นก็ช่วยกันแขวะเรื่องครอบครัวมัลฟอยยกข่าวเรื่องท็องก์ (มีศักดิ์เป็นหลานของเบลลาทริกซ์ลูเซียสกับนาซิสซ่าร์) ที่ไปแต่งงานกับลูปินที่เป็นหมาป่าเลยโดนหัวเราะเยาะค่ะ .. จากนั้นโวลดี้ก็เปิดเผยแขกในที่ประชุม (นักโทษนี่ล่ะ) เป็นอาจารย์ในโรงเรียนสอนเกี่ยวกับมักเกิ้ลชื่อว่า Charity Burbage .. แล้วก็ฆ่าเธอ

Note : -
เดรโกนั่งอยู่ด้วยเข่าอ่อนตกเก้าอี้ตอนโวลดี้ฆ่าอาจารย์ Burbage
-
พวกฝั่งโวลดี้เป็นพวกคลั่งเลือดบริสุทธิ์การแต่งงานหรือคบหามักเกิ้ลเป็นเรื่องน่ารังเกียจ
-
โวลดี้เอาไม้ของคนอื่นคาดว่า (บีจังคิดเองนะ) เพราะเขาต้องเป็นคนฆ่าแฮร์รี่และไม้กายสิทธิ์ของทั้งคู่เป็นพี่น้องกันฆ่ากันไม่ได้เลยต้องยืมของคนอื่น

บทที่ 2 - In memorandum

กล่าวถึงแฮร์รี่ที่ยังจมอยู่กับความคิดของตัวเองดูข้าวของเก่าและคิดถึงดัมเบิลดอร์ .. มีคอลัมม์ในหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับดัมเบิลดอร์ประมาณดัมเบิลดอร์ในความทรงจำน่ะ .. เขียนโดย Elphias Doge ที่เป็นนักเรียนรุ่นเดียวกันมาเข้าเรียนที่โรงเรียนพร้อมกันตอนนั้นพ่อของดัมเบิลดอร์เพิ่งถูกจับฐานทำร้ายมักเกิ้ลถูกขังที่อัซคาบันทำให้ดัมเบิลดอร์ถูกมองว่าเป็นพวกเกลียดมักเกิ้ลไปด้วยซึ่งจริงแล้วไม่ใช่เช่นนั้นเขาเป็นคนฉลาดที่สุดในโรงเรียนมีเพื่อนเป็นคนมีชื่อเสียงหลายคนได้รางวัลมากมาย ..

สามปีหลังจากพวกเขาได้เรียนที่โรงเรียนน้องชายของดัมเบิลดอร์ชื่อ Aberforth ได้มาเข้าเรียนซึ่งเหมือนว่าเป็นพี่น้องที่ไม่ค่อยจะเหมือนกันและดูไม่ค่อยเป็นมิตรกันเท่าไหร่ .. หลังเรียนจบ Elphias กับดัมเบิลดอร์ตั้งใจจะออกท่องเที่ยวด้วยกันแต่เกิดเรื่องขึ้นคือแม่ของดัมเบิลดอร์ตายและหลังจากนั้นอีกปีน้องสาวของดัมเบิลดอร์ก็ตายพี่น้องห่างกันมากยิ่งขึ้น .. Elphias กล่าวยกย่องดัมเบิลดอร์ว่าได้ทำประโยชน์ต่อสังคมของพ่อมดแม่มดมากแล้วก็ได้พูดถึงการประลองเวทย์ของดัมเบิลดอร์กับ Grindelwald

แล้วก็มีข่าว Interview ริต้าสคีเตอร์ที่กำลังจะออกหนังสือประวัติชีวิตของดัมเบิลดอร์ .. ซึ่งแฮร์รี่อ่านสัมภาษณ์เสร็จก็เขวี้ยงหนังสือพิมพ์ทิ้งทันที

บทที่ 3 - The Dursleys Departing

พวก Dursleys โดยเฉพาะลุงเวอร์นอนไม่ค่อยเชื่อเรื่องที่แฮร์รี่เตือนถึงอันตรายต่อครอบครัวคิดว่าแฮร์รี่จะยึดบ้านแต่แฮร์รี่ก็พูดกล่อมจนเขายอมไปอีกครั้งและเพราะดัดลีย์เห็นด้วยกับแฮร์รี่แผนคือต้องให้พวก Dursleys จะไปอยู่ที่ปลอดภัยจะได้ไม่ถูกพวกโวลดี้จับไปทรมานเพื่อให้บอกที่ซ่อนแฮร์รี่แล้วนั่นอาจคือครั้งสุดท้ายที่แฮร์รี่จะได้พบพวก Dursleys อีกแอบซึ้งเล็กน้อยเพราะอย่างน้อยดัดลีย์ก็เหมือนจะจำได้ว่าแฮร์รี่เคยช่วยชีวิตไว้ป้าเพ็ตทูเนียเหมือนจะพูดอะไรก่อนไปแต่ก็พูดไม่ออกพูดแต่เพียงว่าลาก่อน ...

Note :
อย่างน้อยถึงไม่เคยชอบหน้ากันแต่ก็มีความผูกพัน

บทที่ 4 - The Seven Potters

พวก Dursleys ไปแล้วแฮร์รี่ระลึกความหลังกับบ้านหลังนี้ขณะหนึ่งก่อนจะมีคนมารับแผนคือให้เพื่อนดื่มน้ำยาสรรพรสเป็นแฮร์รี่และแยกกันไปแต่ละที่แล้วค่อยใช้กุญแจนำทางมายังบ้านโพรงกระต่ายแฮร์รี่ไปกับแฮกริดโดยมอเตอร์ไซด์คันเดิมที่เคยใช้มาส่งแฮร์รี่ที่บ้านนี่ล่ะสองคนนี้เดินทางไปที่บ้านพ่อแม่ของท็องก์แล้วใช้กุญแจนำทางไปบ้านโพรงกระต่าย .. มันดันกัสปลอมเป็นแฮร์รี่ไปกับมูดดี้ .. อาเธอร์ไปกับเฟร็ดที่ปลอมเป็นแฮร์รี่ .. ลูปินไปกับจอร์จที่ปลอมเป็นแฮร์รี่ .. บิลไปกับเฟลอร์ที่ปลอมเป็นแฮร์รี่ .. เฮอร์ไมโอนี่ปลอมเป็นแฮร์รี่ไปกับคิงสลีย์ .. รอนปลอมเป็นแฮร์รี่ไปกับท๊องก์ทั้งหมดไปโดยไม้กวาดหรือ Thestral

ทันทีที่แยกกันไปทุกคนก็ถูกโจมตีจากผู้เสพความตาย .. ทั้งหนีทั้งสู้วุ่นวายน่าดูแฮร์รี่กำลังสาปให้ผู้เสพความตายตัวแข็งเขาหันไปเห็น Stan แฮร์รี่เลยใช้คาถาปลดอาวุธแทนสเตนเลยตะโกนบอกคนอื่นว่านี่คือแฮร์รี่ตัวจริงผู้เสพความตายที่ล้อมอยู่หายไปพักหนึ่ง .. ก่อนจะกลับมาใหม่พร้อมกับโวลเดอมอร์ที่พยายามจะฆ่าแฮร์รี่ทันทีที่จะถูกคำสาปไม้กายสิทธิ์ของแฮร์รี่ก็เอ่อเรียกไงดีล่ะ act of its own ทำตามใจตัวเองโดยที่แฮร์รี่ไม่ได้สั่งหรือโบกไม้น่ะ .. ไม้ของลูเซียสที่โวลเดอมอร์เอามาใช้ระเบิดโวลเดอมอร์ถอยทัพไปแฮร์รี่กับแฮกริดตกลงที่บ่อน้ำตรงบ้านพ่อแม่ท็องก์พอดี

Note :
เฮ็กวิดตาย .. .. .. ทำไปได้นะป้าเจเคนกฮูกป้ายังฆ่าเลย

บทที่ 5 - Fallen Warrior

แฮร์รี่กับแฮกริดมายังบ้านพ่อแม่ของท๊องก์อย่าง (ค่อนข้างจะ) ปลอดภัยคุยกันพักหนึ่งแฮร์รี่ก็เข้าใจว่าทำไมโวลดี้ถึงถอยไปเพราะว่ามอเตอร์ไซด์พุ่งเข้ามาในเขตคาถาคุ้มครองของทางภาคีพอดีแฮร์รี่เกือบจะพุ่งไปหาแม่ของท๊องก์เพราะเธอคล้ายกับเบลลาทริกซ์มาก

แฮร์รี่กับแฮกริดใช้กุญแจนำทางกลับไปที่บ้านโพรงกระต่ายเป็นคู่แรกซึ่งตามที่นัดกันพวกเขาต้องกลับเป็นคู่ที่สามทำให้มอลลี่กับจินนี่เป็นห่วงคนอื่นมาก .. ไม่นานลูปินกับจอร์จก็กลับมาโดยที่จอร์จบาดเจ็บสาหัสเจียนตายโดนสเนปทำร้ายที่ศีรษะหูขาดไปหนึ่งข้าง .. เฮอร์ไมโอนี่กับคิงสลีย์เฟร็ดกับอาเธอร์รอนกับท๊องค์บิลกับเฟลอร์กลับมาอย่างปลอดดภัย .. บิลเล่าว่ากลุ่มเขากับมูดดี้บินอยู่ใกล้กันทันทีที่โวลเดอเมอร์โจมตีมันดันกัสตื่นตกใจและหายตัวไปคำสาปของโวลดี้เลยโดนมูดดี้เข้าเต็มที่หน้ากระแทกเขาจนตกจากไม้กวาดและตามที่บิลคาดการณ์มูดดี้ได้เสียชีวิตแล้ว

พวกเขาปรึกษากันว่าแผนรั่วได้ยังไงทั้งที่รัดกุมและมีการเปลี่ยนกำหนดการเดินทางของแฮร์รี่ใหม่แต่โวลดี้ก็ยังรู้อยู่ดีแฮร์รี่บอกว่าเขาเชื่อใจทุกคนในที่นั่นจนลูปินเอ่ยปากเตือนว่าเขาเหมือนเจมส์ในเรื่องการเชื่อใจเพื่อน (แต่ก็ถูกปีเตอร์หักหลังในที่สุด) แฮร์รี่พูดเรื่องไม้กายสิทธิ์ของเขาที่ร่ายเวทย์เองโดยที่เขาไม่ได้ทำแต่เหมือนไม่มีใครเชื่อทำให้แฮร์รี่คิดถึงดัมเบิลดอร์มากว่าเขาคงต้องยอมฟังและแนะนำอะไรดีให้ได้ ..

แฮร์รี่เจ็บแผลเป็นแล้วเขาก็เห็นภาพในศีรษะโวลเดอมอร์กำลังทำร้ายโอลิแวนเดอร์คาดคั้นถามเรื่องไม้กายสิทธิ์เพราะเขาคิดว่าโอลิแวนเดอร์โกหกตนเองให้แฮร์รี่รอดเรื่องที่เขาต้องใช้ไม้กายสิทธิ์คนอื่นแทนไม้ของโวลดี้เอง

Note : -
มีใครนับไหมว่ากี่ศพแล้ว ..

บทที่ 6 - Ghoul in pajamas

อีกไม่กี่วันแฮร์รี่จะครบสิบเจ็ดมีเรื่องให้พวกเขาต้องคิดกันเยอะทั้งเรื่องงานแต่งของบิลกับเฟลอร์พวกเขาต้องจัดบ้านเล็กต้อนรับแขกและครอบครัวเฟลอร์การย้ายภาคีจากบ้านซีเรียสมาที่นี่ยิ่งทำให้สถานที่คับแคบขึ้นไปอีกแล้วยังมีเรื่อง Horcruxes และที่ว่าทั้งสามจะเลิกเรียนไปหา Horcruxes ซึ่งแน่นอนมอลลี่ไม่เห็นด้วยผิดกับอาเธอร์และพี่น้องคนอื่น

ทั้งสามคุยกันเรื่องมูดดี้ซึ่งรอนยังแอบหวังว่ามูดดี้อาจจะยังไม่ตายเพราะไม่มีใครพบศพเฮอร์ไมโอนี่นั่งเลือกหนังสือที่จะเอาไปด้วยในการเดินทางหา Horcruxes ซึ่งแฮร์รี่ก็ยังไม่อยากให้เพื่อนต้องมาเสี่ยงชีวิตไปกับเขาเฮอร์ไมโอนี่บอกทั้งน้ำตาว่าเธอถึงขนาดเปลี่ยนความทรงจำพ่อแม่ว่าไม่เคยมีลูกสาวเพื่อให้โวลเดอมอร์ติดตามยากขึ้นส่วนรอนก็ให้ Ghoul ในบ้านใส่ชุดนอนของเขาหลอกคนอื่นว่าตัวเองป่วยหนักไปเรียนไม่ได้

เฮอร์ไมโอนี่บอกว่าเธอกำลังค้นคว้าเรื่อง Horcruxes ที่เธอเคยหาอ่านในห้องสมุดแล้วไม่เจออะไรเลยหลังจากงานศพดัมเบิลดอร์เธอนั่งเก็บของในหอหญิงแล้วนึกขึ้นได้เลยลองเสกแอ๊กซิโอดูแล้วหนังสือก็ลอยมาหาเธอจากห้องทำงานของดัมเบิลดอร์ .. มันเป็นหนังสือความลับของศาสตร์มืดที่สุดเป็นหนังสือที่เต็มไปด้วยเรื่องชั่วร้ายมีวิธีสร้าง Horcruxes การรวมวิญญาณและการทำลาย Horcruxes ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากมากเธอบอกว่าการทำลายต้องทำให้มันเสียหายเกินกว่าที่จะใช้เวทมนต์ซ่อมแซมได้เหมือนไดอารี่ของริดเดิ้ลที่จินนี่เอาไปทิ้งชักโครกกลับไม่เป็นไรแต่แฮร์รี่ใช้เขี้ยวบาซิลิสแทง (พิษบาซิลิสรักษาได้ด้วยน้ำตานกฟินิกซ์ซึ่งเป็นแรร์ไอเทมหายากมากดังนั้นก็กลายว่าจะรักษาได้ยาก) ไดอารี่ก็หมดสภาพ

Note : -
บีจังอ่านช่วงเฮอร์ไมโอนี่อธิบายเรื่อง Horcruxes ไม่ค่อยเก็ทเท่าไหร่ค่ะ
-
บีจังไม่ได้อ่านเวอร์ชั่นไทยตั้งแต่เล่มสามค่ะเลยไม่ทราบว่าภาษาไทยใช้ทับศัพท์อะไรแทนคำเฉพาะทั้งหลาย

บทที่ 7 - The Will of Albus Dumbledore

รอนบอกว่าแฮร์รี่นอนละเมอพูดแต่ชื่อ Gregorovitch ซึ่งพวกเขาก็สงสัยกันว่านี่คือชื่ออะไรแต่ข้อสงสัยก็ถูกแทนที่ด้วยความตื่นเต้นแทนเพราะแฮร์รี่อายุครบสิบเจ็ดปีบริบูรณ์แล้วนั่นหมายถึงแฮร์รี่บรรลุนิติภาวะในโลกพ่อมดและใช้คาถาได้แล้ว (โดยไม่ถูกจับ) แฮร์รี่ได้รับของขวัญวันเกิดจากเพื่อน .. จินนี่เรียกแฮร์รี่ไปคุยด้วยตามลำพังบอกว่าเธอนึกไม่ออกว่าจะให้อะไรแฮร์รี่เลยคิดว่าจะมอบสิ่งที่ทำให้เขาระลึกถึงเธอพวกเขาจูบกันกำลังหวานซึ้งอยู่รอนก็เปิดประตูพรวดเข้ามา .. รอนบ่นใส่แฮร์รี่ว่าเขาไม่ควรให้ความหวังจินนี่ซึ่งแฮร์รี่ก็เข้าใจว่าตัวเขาเองอนาคตไม่แน่นอนและบอกว่าจะไม่ถือโอกาสกับจินนี่อีก

คืนนั้นมีการจัดงานวันเกิดแฮร์รี่กันระหว่างที่ทุกคนกำลังสนุกสนานอยู่ Rufus Scrimgeour รัฐมนตรีกระทรวงเวทมนต์ก็โผล่มาเรียกแฮร์รี่รอนเฮอร์ไมโอนี่เข้าไปคุยเป็นการส่วนตัวซึ่งก็คือเรื่องพินัยกรรมของดัมเบิลดอร์ที่ได้มอบของบางอย่างให้พวกเขา .. แฮร์รี่เลยตั้งข้อสงสัยว่าดัมเบิลดอร์ตายไปตั้งหนึ่งเดือนแล้วทำไมเพิ่งเอามาให้เฮอร์ไมโอนี่บอกว่าทางกระทรวงคงสงสัยว่าของดัมเบิลดอร์จะมีศาสตร์มืดกระทรวงเลยเก็บไปตรวจสอบ

ดัมเบิลดอร์มอบ Deluminator ให้รอน .. หนังสือนิทาน Tale of Beedle, the Bard ให้เฮอร์ไมโอนี่ส่วนของแฮร์รี่คือลูกสนิทช์ของการแข่งขันครั้งแรกของแฮร์รี่ .. ลูกสนิทช์เป็นของวิเศษที่จดจำสัมผัสของคนที่แตะต้องมันได้คนแรกและเก็บซ่อนข้อความความลับได้ซึ่ง Scrimgeour แน่ใจว่าในนี้ดัมเบิลดอร์ต้องซ่อนอะไรไว้ให้แฮร์รี่แน่ .. แต่พอแฮร์รี่ถือลูกสนิทช์ไว้ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นทำให้ Scrimgeour หัวเสียมาก .. ของอีกอย่างที่ดัมเบิลดอร์ให้แฮร์รี่คือดาบกริฟฟินดอร์ซึ่ง Scrimgeour อ้างว่าดาบเป็นสมบัติอันทรงค่าทางประวัติศาสตร์เลยไม่ยอมมอบให้แฮร์รี่ซึ่งพวกเขาสามคนก็เถียงสู้ขาดใจจน Scrimgeour โกรธจัดยกไม้กายสิทธิ์จิ้มไปที่อกแฮร์รี่จนเสื้อเป็นรูเสียงเอะอะทำให้อาเธอร์กับมอลลี่รีบวิ่งเข้ามาดู Scrimgeour เลยถอยกลับไป

ทั้งสามตรวจสอบของที่ดัมเบิลดอร์เหลือไว้ให้และพยายามเชื่อมโยงกันว่าจะมีความลับอะไรซ่อนอยู่ .. แฮร์รี่นึกได้ว่าลูกสนิทช์ลูกนี้ในการแข่งครั้งนั้นเขาไม่ได้ใช้มือจับมันแต่กลืนมันไว้ต่างหากในลูกสนิทช์มีประโยคซ่อนไว้ว่า I open at the close. ซึ่งพวกเขาก็ไม่รู้ว่าหมายถึงอะไร

เฮอร์ไมโอนี่บอกว่าเธอไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้มาก่อนรอนตกใจมากเพราะนี่คือหนังสือนิทานที่เด็กในโลกเวทมนต์ทุกคนรู้จักแม้แต่เขาเองที่ไม่ชอบอ่านหนังสือยังรู้จักเลยเฮอร์ไมโอนี่ก็เถียงกลับว่าเธอเกิดในโลกของมักเกิ้ลทำให้เธอฉุดคิดขึ้นมาได้ว่าทำไมดัมเบิลดอร์ถึงอยากให้เธออ่านหนังสือเล่มนี้

Note: -
ถูกใจสาวกแฮร์รี่จินนี่สินะเนี่ย

บทที่ 8 - The Wedding

ในงานแต่งงานของบิลกับเฟลอร์แฮร์รี่ดื่มน้ำยาสรรพรสปลอมตัวเป็นญาติคนหนึ่งของพวกวีสลีย์ชื่อแบร์รี่วีสลีย์ (แต่จริงแล้วใช้ผมจากเด็กหนุ่มมักเกิ้ลผมแดงแถวบ้าน) ทุกคนออกมารับแขกที่มางานแต่งซึ่งก็มีเพื่อนและคนรู้จักมากมาย .. ลูน่ากับพ่อชื่อว่า Xenophilius ที่ท่าทางแปลกพอกัน .. Auntie Muriel คุณป้าปากร้ายของพวกวีสลีย์และวิคเตอร์ครัมที่ทำให้เฮอร์ไมโอนี่หน้าแดงและรอนหึงจนลมออกหู .. พิธีแต่งงานราบรื่นดี

ระหว่างที่รอนกับเฮอร์ไมโอนี่ออกไปเต้นรำกันครัมพูดคุยกับแฮร์รี่ (ที่เขาไม่รู้ว่าคือแฮร์รี่เพราะปลอมตัวอยู่) บอกถึงความผิดปกติของพ่อลูน่าที่เขาสังเกตเห็นเพราะพ่อของลูน่าใส่สร้อยที่มีสัญลักษณ์ของ Grindelwald พ่อมดชั่วร้ายที่ดัมเบิลดอร์เคยประลองกันแฮร์รี่จึงแก้ตัวให้ลูน่ากับพ่อว่าพวกนี้เป็นคนแปลกสนใจสิ่งของแปลกแบบนี้ซึ่งครัมดูไม่ค่อยเชื่อแล้วแฮร์รี่ก็นึกได้ Gregorovitch เป็นคนทำไม้กายสิทธิ์ของครัมซึ่งเขาเลิกขายไปหลายปีแล้วไม้ของครัมเป็นไม้สุดท้ายที่เขาขายให้ทำให้แฮร์รี่นึกเอะใจว่า Gregorovitch หายไปเพราะโวลเดอมอร์หรือเปล่าเขาจะรู้อะไรมากกว่าโอลิเวนเดอร์หรือเปล่า

ในงานแฮร์รี่พบกับ Elphias Doge ที่เขียนคอลัมม์เกี่ยวกับดัมเบิลดอร์แฮร์รี่แสดงตัวกับ Elphias และพูดคุยกัน Elphias ไม่พอใจเรื่องหนังสือของริต้าสคีเตอร์ซึ่งแฮร์รี่ถามเขาว่าสมัยก่อนดัมเบิลดอร์เคยยุ่งเกี่ยวกับศาสตร์มืดหรือเปล่า Elpias ปฏิเสธและยืนยันแฮร์รี่ว่าอย่าสั่นคลอนความทรงจำดีเกี่ยวกับดัมเบิลดอร์พวกเขากำลังคุยเรื่องริต้าอยู่ป้า Muriel ก็เข้ามาร่วมวงด้วยบอกว่าเธอชื่นชมและรอคอยหนังสือของริต้าอย่างใจจดใจจ่อซึ่งเธอหลุดปากออกมาว่าน้องสาวของดัมเบิลดอร์ Ariana เป็น Squib และดัมเบิลดอร์กักเธอไว้ในบ้านตลอดเวลาและแม่ของเขาเป็นผู้หญิงที่น่ากลัวหยิ่งผยองและกดขี่ข่มเหงไม่ยอมให้ลูกสาวที่แม้จะเป็น Squib ไปเข้าโรงเรียนมักเกิ้ลเด็ดขาด Elphias เถียงว่า Ariana ป่วยหนักจนไม่สามารถออกไปไหนได้ป้า Muriel ก็เถียงกลับว่าป่วยหนักแต่กลับไม่เคยไปรักษาตัวที่ St. Mango เลยสักครั้งและขุดคุ้ยเรื่องที่ว่าแม่ของเขาอาจฆ่าลูกสาวตัวเองก็ได้ถ้าเธอไม่ตายไปซะก่อนหรือไม่ก็ Ariana ต้องการอิสระมากจนฆ่าแม่ตัวเองก็ได้ซึ่งทำให้ Elphias โกรธจัด .. ป้า Muriel ยังเล่าต่อด้วยว่าเธอแอบฟังแม่กับ Bathilda Bagshot คุยกันว่าในงานศพของ Ariana น้องชายของดัมเบิลดอร์กล่าวโทษดัมเบิลดอร์ว่าเป็นเพราะเขา Araina ถึงตายและชกดัมเบิลดอร์ซึ่งเขาก็ไม่ได้ขัดขืนหรือป้องกันเลยแม้แต่นิดเดียวซึ่งแปลกมากเพราะเขาสามารถจัดการ Aberforth ได้อย่างสบายและเธอก็แน่ใจว่าริต้าได้ข้อมูลมาจาก Bathilda ซึ่ง Bathilda เป็นเพื่อนสนิทคนหนึ่งของดัมเบิลดอร์อาศัยอยู่ที่ Godric's Hollow เหมือนกับดัมเบิลดอร์

สิ่งที่แฮร์รี่ได้รู้ทำให้เขาตกใจมากทั้งเรื่องอดีตของดัมเบิลดอร์ที่เขาไม่เคยรู้มาก่อนและที่น่าตกใจที่สุดคือดัมเบิลดอร์เคยอยู่ในเมืองเดียวกับพ่อและแม่ของแฮร์รี่และเขาไม่เคยพูดหรือบอกเรื่องนี้กับแฮร์รี่เลยสักครั้งเดียวแต่เขานั่งคิดได้ครู่เดียวเท่านั้น .. เมื่อผู้พิทักษ์ของคิงสลีย์ปรากฏตัวเพื่อส่งข่าวว่า "กระทรวงถูกยึด Scrimgeour เสียชีวิตพวกมันกำลังมา"

Note : - Bathilda Bagshot
เป็นผู้เขียนหนังสือ A History of Magic

บทที่ 9 - A Place to Hide

ในงานแต่งงานโกลาหลมากกับข่าวร้ายเฮอร์ไมโอนี่พาแฮร์รี่กับรอนไปยังถนนในเมืองมักเกิ้ลเพราะคิดว่าปลอดภัยจากพวกผู้เสพความตายเฮอร์ไมโอนี่เตรียมของพร้อมในกระเป๋าซึ่งมีหนังสือเสื้อผ้าไว้เปลี่ยนและผ้าคลุมล่องหน (พวกเขายังอยู่ในชุดงานปาร์ตี้) เธอให้แฮร์รี่อยู่ใต้ผ้าคลุมล่องหนและพาพวกเขาไปนั่งพักในบาร์เก่าแห่งหนึ่งเพื่อปรึกษากันว่าจะซ่อนกันที่ไหนดีในบาร์นั้นแฮร์รี่ที่ล่องหนอยู่เหลือบเห็นแขกในร้านยกไม้กายสิทธิ์จะทำร้ายรอนพวกเขาจึงต่อสู้กันจนผ้าคลุมหล่นไปแต่ก็จับผู้เสพความตายสองคนไว้ได้พวกเขาเคลียร์พื้นที่เปลี่ยนความทรงจำคนในนั้นใหม่และปรึกษากันว่าจะไปไหนดีแฮร์รี่ยืนยันจะกลับไปที่บ้านเก่าซีเรียสแม้เพื่อนจะไม่เห็นด้วยแต่ก็ไป

ในบ้านมีคำสาปของพวกภาคีใช้เพื่อดักสเนปพวกเขาปรึกษากันว่าทำไมผู้เสพความตายตามแฮร์รี่มาเจอได้ยังไงแล้วสงสัยว่าร่องรอยติดตามตัวของแฮร์รี่อาจจะยังอยู่ (เอ่อมันคือ Trace ที่จับพวกอายุต่ำกว่า 17 แล้วใช้คาถาน่ะค่ะผิดกฏหมาย) และถ้ามันยังอยู่แฮร์รี่ใช้คาถาเมื่อไหร่พวกโวลดี้ที่ยึดกระทรวงได้แล้วจะรู้ทันทีว่าแฮร์รี่อยู่ไหนระหว่างที่ปรึกษากันอยู่แฮร์รี่ก็ปวดแผลเป็นและรู้สึกความโกรธของโวลดี้ที่ลูกน้องปล่อยให้แฮร์รี่หนีไปได้อีก

Note : -
ระหว่างเดินบนถนนมีคนวี้ดวิ้วเฮอร์ไมโอนี่ด้วยค่ะ
-
เฮอร์ไมโอนี่สั่งคาปูชิโน่มาสองแก้ว (แฮร์รี่อดเพราะล่องหนอยู่สั่งสามแก้วมันดูแปลกเพราะนั่งแค่สองคน)
-
รอนเกลียดคาปูชิโน่

บทที่ 10 - Kreacher's tale

แฮร์รี่ตื่นแต่เช้ายังคงสับสนและว้าวุ่นใจอยู่โดยเฉพาะเรื่องของดัมเบิลดอร์เขาเดินเรื่อยเปี่อยไปในห้องนอนเก่าของซีเรียสและไปเจอจดหมายเก่าที่ลิลลี่เขียนมาหาซีเรียสเล่าถึงแฮร์รี่สมัยเด็กที่ชอบของขวัญ (ไม้กวาดของเล่น) ของซีเรียสมากเล่าว่าดัมเบิลดอร์ยังไม่ได้คืนผ้าคลุมล่องหนของเจมส์วอร์มเทลที่มาเยี่ยมเมื่ออาทิตย์ก่อนก็ดูเศร้าไป ... Bathilda มาเยี่ยมบ่อยและรู้สึกจะเอ็นดูแฮร์รี่มากและได้เล่าเรื่องของดัมเบิลดอร์ให้ฟัง ... จดหมายขาดหายไปเท่านั้นแฮร์รี่พยายามหาส่วนที่เหลือของจดหมายต่อแต่ไม่พบเนื้อความในจดหมายยิ่งทำให้แฮร์รี่สงสัยหนักขึ้นและอยากจะไปที่ Godric's Hollow แต่เฮอร์ไมโอนี่ไม่เห็นด้วยเพราะคิดว่าผู้เสพความตายต้องไปดักรอแฮร์รี่ที่แถวหลุมศพพ่อแม่ของเขาแน่

ระหว่างที่กำลังจะลงไปหาอะไรกินแฮร์รี่เห็นสัญลักษณ์หน้าห้องที่เขาไม่เคยสังเกตมาก่อนและเห็นชื่อ Regulas Arcturus Black และนึกถึงล๊อกเก็ต R.A.B. ขึ้นมาจึงเข้าไปสำรวจห้องของเรกูลัสซึ่งเก็บข่าวสารต่างเกี่ยวกับโวลดี้เต็มไปหมด .. เรกูลัสเป็นน้องชายของซีเรียสแต่ต่างจากซีเรียสมากอยู่บ้านสลิธีรินเคยเป็นผู้เสพความตายแต่เมื่อพยายามถอนตัวก็เลยถูกสังหาร .. เฮอร์ไมโอนี่เลยตั้งข้อสังเกตว่าถ้าเขาเป็นผู้เสพความตายได้ใกล้ชิดโวลเดอมอร์แต่กลับอยากเลิกเพราะอาจจะหมดความเชื่อถือเขาคงต้องการจะโค่นล้มโวลเดอมอร์แน่พวกเขาพยายามหาล็อกเก็ตในห้องแต่ไม่พบเฮอร์ไมโอนี่เลยนึกถึงตู้เสื้อผ้าที่ใครพยายามเปิดมันจะพ่นขยะใส่และนึกถึงครีเชอร์

แฮร์รี่เรียกครีเชอร์ออกมาถามเรื่องล็อกเก็ตและเรกูลัสครีเชอร์บอกว่าล๊อกเก็ตถูกมันดันกัสเอาไปแล้วครีเชอร์เล่าถึงเรกูลัสว่าเป็นคนที่ดีต่อครีเชอร์มากผิดกับซีเรียสและครีเชอร์ดีใจและยินดีรับใช้เรกูลัสมากเมื่อเรกูลัสอายุสิบหกและเข้าร่วมกับโวลดี้ครีเชอร์ก็ถูกเรียกไปรับใช้โวลดี้ด้วยโวลดี้พาครีเชอร์ไปที่ถ้ำแห่งนั้นและให้ครีเชอร์ดื่มน้ำยาในอ่างเป็นการทดสอบว่าน้ำยาใช้ได้หรือเปล่าจากนั้นโวลดี้ก็ทิ้งครีเชอร์ไว้ในถ้ำครีเชอร์ทรมานคลานมาดื่มน้ำที่ทะเลสาปแล้วก็ถูกพวกปีศาจดึงลงไปในน้ำแต่ครีเชอร์รอดมาได้เพราะเรกูลัสเรียกครีเชอร์กลับไปพอดี

จุดนี้แฮร์รี่สงสัยว่าทำไมครีเชอร์ถึงกลับไปได้เฮอร์ไมโอนี่กับรอนเลยบอกว่าเวทมนต์ของเอลฟ์ไม่เหมือนกับของพ่อมดคำสั่งของเจ้านายคืออันดับหนึ่งและเอลฟ์สามารถหายตัวได้แม้แต่ในฮอกวอกต์หลังจากนั้นเรกูลัสขอให้ครีเชอร์พาเขาไปที่ถ้ำที่อ่างนั้น ... แต่เรกูลัสไม่ได้ให้ครีเชอร์ดื่มน้ำยานั่นเขาเป็นคนดื่มเองสั่งครีเชอร์สลับล็อกเก็ตและทำลายมันทิ้งสุดท้ายเรกูลัสก็ถูกพวกอินเฟอรี่ดึงไปในทะเลสาปครีเชอร์กลับมาพยายามทำลายล็อกเก็ตแต่ไม่สำเร็จนายหญิงก็เสียใจมากที่เรกูลัสหายตัวไปครีเชอร์ก็ทำโทษตัวเองที่ทำตามคำสั่งไม่ได้บอกนายหญิงไม่ได้เช่นกันเพราะเรกูลัสห้ามไม่ให้ครีเชอร์บอกเรื่องนี้กับใคร

แฮร์รี่ไม่เข้าใจครีเชอร์ว่าทำไมยังช่วยบอกข่าวให้พวกโวลดี้อีกทั้งโวลดี้เองเคยปล่อยให้มันตายและเรกูลัสนายของมันพยายามจะล้มล้างโวลดี้แต่ครีเชอร์กลับทรยศส่งข่าวให้นาร์ซิสซ่ากับเบลลาทริกซ์ไปบอกโวลดี้อีกเฮอร์ไมโอนี่เลยอธิบายว่าเอลฟ์ประจำบ้านเหมือนเป็นทาสรับใช้ที่ถูกข่มเหงมาตลอดมันจะดีกับพ่อมดที่ใจดีกับมันมากเท่านั้นซึ่งก็คือนายหญิงแบล็คและเรกูลัสผิดกับซีเรียสทีทำไม่ดีต่อครีเชอร์มากมันจึงมองนาร์ซิสซ่ากับเบลลาทริกซ์ดีกว่าซีเรียสและนี่คือผลตอบแทนของการกระทำไม่ดีต่อเอลฟ์ประจำบ้าน

เมื่อเข้าใจแล้วแฮร์รี่จึงสั่งให้ครีเชอร์ติดตามมันดันกัสและค้นหาว่าล็อกเก็ตอยู่ไหนเพราะมันสำคัญมากต่อเรกูลัสและเพื่อไม่ให้เขาตายอย่างไร้ค่าแล้วแฮร์รี่ก็มอบล็อกเก็ตอันที่เรกูลัสทำปลอมเอาไว้ให้กับครีเชอร์และบอกมันว่านี่เป็นของเรกูลัสมอบให้กับมันตอบแทบความภักดีที่มันมีให้ซึ่งทำให้ครีเชอร์ซาบซึ้งใจมากก่อนมันจากไปมันโค้งคำนับแฮร์รี่กับรอนถึงสองครั้งทำเสียงตลกใส่เฮอร์ไมโอนี่ก่อนจะคำนับอย่างนับถือแล้วก็หายตัวไป

Note : -
ในห้องซีเรียสมีรูปรถมอเตอร์ไซค์ด้วยแฮร์รี่คิดว่าพ่อทูนตัวของตัวเองเจ๋งโคตร .. อ้อมีรูปสาวสวยมักเกิ้ลใส่บิกินี่ด้วยอิอิ

บทที่ 11 - The Bribe

สองวันแล้วครีเชอร์ยังไม่กลับมาผู้เสพความตายยังคงเดินเพ่นพ่านที่ถนนแต่ยังหาพวกเขาซึ่งซ่อนอยู่ในบ้านไม่พบพวกเขาไม่ได้ข่าวจากข้างนอกเลยซึ่งทำให้รอนหงุดหงิดมากเพราะเป็นห่วงทางบ้านแต่แล้วลูปินก็มาที่นี่แฮร์รี่เล่าเรื่องหลังจากงานแต่งงานให้ฟังซึ่งลูปินคิดว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะมีผู้เสพความตายรู้ที่อยู่ของแฮร์รี่ได้เร็วขนาดนั้นถึงกับจะไปจับแฮร์รี่ที่ผับในเมืองมักเกิ้ลลูปินแจ้งข่าวพวกเขาว่าตอนนี้พวกผู้เสพความตายและโวลดี้ยึดกระทรวงไว้แล้วพวกนั้นทรมาน Scrimgeour ให้บอกที่ซ่อนแฮร์รี่แต่ Scrimgeour ก็ไม่ยอมบอกแล้วก็ถูกสังหารในเวลาต่อมาซึ่งทำให้ทั้งแฮร์รี่ช็อกทั้งตื้นตันใจถึงแม้เขาจะไม่ชอบ Scrimgeour แต่ Scrimgeour ก็ช่วยปกป้องเขาจนตายพวกผู้เสพความตายยังตามหาแฮร์รี่อยู่ทั้งไปบ้านพ่อแม่ของท็องค์ให้คำสาปกรีดแทงทรมานให้บอกที่ซ่อนค้นบ้านโพรงกระต่ายแต่ท้ายที่สุดทุกคนยังปลอดภัย Daily Prophet ก็ถูกพวกโวลดี้ยืดครองและลงข่าวข้อสงสัยเกี่ยวกับการตายของดัมเบิลดอร์ซึ่งทำให้แฮร์รี่โกรธมากรัฐมนตรีคนใหม่ของกระทรวงคือ Pius Thicknesse ซึ่งถูกคาถาสะกดใจอยู่และกลายเป็นหุ่นเชิดของโวลเดอมอร์ในกระทรวงรวมทั้งการออกกฏลงทะเบียนพ่อมดแม่มดที่เกิดจากมักเกิ้ล (Muggle-Born Register) ที่กล่าวหาว่าพวกนี้ได้ขโมยพลังเวทมนต์มาใช้

ลูปินถามแฮร์รี่เรื่องที่ดัมเบิลดอร์ได้มอบหมายอะไรให้เขาทำลูปินต้องการจะช่วยและปกป้องแฮร์รี่แต่แฮร์รี่ไม่ยอมบอกลูปินว่างานนั้นคืออะไรแฮร์รี่ยกเรื่องท็องก์ขึ้นมาพูดซึ่งลูปินก็ดูเศร้าหนักกว่าเดิมเขาบอกว่าท็องก์กำลังจะมีลูกทั้งสามคนเข้ามายินดีกับลูปินที่ดูไม่ยินดีด้วยและยังยืนยันขอจะร่วมกลุ่มด้วยอีกแต่แฮร์รี่ยังคงถามเขาเรื่องท๊องก์ว่าเขาตั้งใจจะปล่อยให้ท๊องก์อยู่ที่บ้านพ่อแม่และทำไมถึงอยากไม่อยากอยู่กับลูกที่จะเกิดมาลูปินหน้าซีดตอบอย่างกลืนไม่เข้าคายไม่ออกว่ามันเป็นเรื่องผิดพลาดที่แต่งงานกับท๊องก์ซึ่งทำให้เธอกลายเป็นพวกถูกเนรเทศไปด้วยเพราะมาแต่งกับมนุษย์หมาป่าพ่อแม่ของเธอก็ไม่เห็นด้วยไม่มีใครอยากคุยกับพวกเขาและลูกที่เกิดมาก็มีสิทธิ์เป็นเหมือนเขาก็ได้ซึ่งทำให้เขารู้สึกผิดมากที่ทำให้เด็กบริสุทธิ์กลายเป็นมนุษย์หมาป่าแต่แฮร์รี่โกรธลูปินมากที่จะทิ้งท๊องก์กับลูกจนด่าลูปินว่าเป็นคนขี้ขลาดลูปินซัดคาถากระแทกแฮร์รี่และออกจากที่นั่นไปเฮอร์ไมโอนี่บอกว่าแฮร์รี่ไม่ควรพูดแบบนั้นแฮร์รี่บอกว่าพ่อกับแม่ไม่ควรจะทิ้งลูกนอกจากจะจำเป็นจริงพออารมณ์เย็นลงแฮร์รี่บอกว่าเขาไม่ควรว่าลูปินว่าขี้ขลาดแม้เขาจะทำตัวแบบนั้นก็ตามและหวังว่าเขาจะกลับไปหาท๊องก์

ในหนังสือพิมพ์มีตัวอย่างหนังสือของริต้าเกี่ยวกับดัมเบิลดอร์กล่าวถึงแม่และน้องสาวเมื่อมาอาศัยที่ Godrics Hollow แล้วครีเชอร์ก็กลับมาพร้อมกับมันดันกัสซึ่งเขายอมรับว่าตอนที่ถูกโวลดี้ไล่ตามเขาตกใจมากและไม่อยากตายจึงหายตัวหนีไปแฮร์รี่ถามเขาเรื่องล๊อกเก็ตซึ่งมันดันกัสบอกว่าเขาไปขายของที่ตรอกไดแอกอนผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาถามว่าเขาได้รับอนุญาตหรือเปล่าและจะเก็บค่าปรับเขาแต่เธอกลับชอบล็อกเก็ตแทนมันดันกัสเลยให้ล๊อกเก็ตเธอไปซึ่งเขาก็ไม่รู้ว่าเธอคือใคร ... เฮอร์ไมโอนี่เสกคาถาใส่มันดันกัสที่หลังมือขวาของเขามีรอยแผลเป็น

Note : -
แฮร์รี่โกรธลูปินมากเพราะเขากำลังจะทิ้งลูกค่ะบีจังคิดว่าแฮร์รี่นึกถึงตัวเองที่ไม่มีพ่อแม่ค่ะถ้าไม่จำเป็นจริงพ่อแม่ไม่ควรจะทิ้งลูกเด็ดขาด

บทที่ 12 - Magic is might

เลยเวลาเดินทางไปโรงเรียนด้วยรถไฟสายฮอกวอกต์แล้วทั้งสามยังคงซ่อนตัวอยู่ที่นี่โดยมีครีเชอร์ (ที่กลายเป็นด๊อบบี้เบอร์สอง) คอยรับใช้อย่างนอบน้อมและเต็มใจรับข่าวสารข้างนอกจากหนังสือพิมพ์ที่แอบขโมยมาซึ่งพาดหัวข่าวว่าเซเวอร์รัสสเนปได้ขึ้นเป็นอาจารย์ใหญ่ที่ฮอกวอกต์และรับสองพี่น้อง Carrows ที่เป็นผู้เสพความตายมาเป็นอาจารย์วิชามักเกิ้ลศึกษากับป้องกันตัวจากศาสตร์มืด

พวกเขาวางแผนที่จะเข้าไปในกระทรวงเวทมนต์เพื่อหาล๊อกเก็ตระหว่างคุยกันแฮร์รี่เจ็บแผลเป็นและเห็นโวลเดอมอร์ฆ่าคนอื่นเพื่อตามหา Gregorovitch อีกเฮอร์ไมโอนี่เตือนให้แฮร์รี่ต้องระวังตัวและปิดกั้นไม่ให้โวลดี้เข้ามาแทรกแต่แฮร์รี่ไม่สนใจเขาอยากรู้ว่าทำไมโวลดี้ต้องการ Gregorovitch

พวกเขาโดยใช้น้ำยาสรรพรสปลอมตัวเป็นคนในกระทรวงเฮอร์ไมโอนี่ปลอมตัวเป็น Mafalda Hopkirk ตำแหน่งผู้ช่วยในแผนก Improper Use of Magic รอนปลอมเป็น Reg Cattermole แผนกซ่อมแซมส่วนของแฮร์รี่ปลอมเป็นชายตัวสูงชื่อ Albert Runcorn (ซึ่งตอนแรกพวกเขาไม่รู้ว่าคือใคร) ... ขณะที่พวกเขากำลังจะขึ้นไปผู้เสพความตายคนหนึ่งชื่อ Yaxley ได้เรียกรอนในร่าง Cattermole ไว้บอกว่าออฟฟิสเขาฝนตกมานานแล้วและแปลกใจที่เห็นเขาตรงนี้ Yaxley บอกว่าเขากำลังจะลงไปสอบสวนเมียของ Cattermole ที่ไม่ใช่พวกเลือดบริสุทธิ์และ Cattermole ควรจะไปอยู่ข้างเธอและขู่ไว้ว่าถ้าออฟฟิสเขาไม่แห้งภายในหนึ่งชั่วโมงสถานะสายเลือดของเมีย Cattermole จะต้องย่ำแย่แน่

รอนออกจากลิฟต์ที่ชั้นสองหลังจากเฮอร์ไมโอนี่แนะนำวิธีซ่อมออฟฟิสของ Yaxley และเหมือนคนที่เข้ามาในลิฟต์จะรู้จักแฮร์รี่ในร่างของ Albert จนลิฟต์เปิดที่ชั้นหนึ่งคนสี่คนเข้ามาสองคนกำลังคุยกันหนึ่งในนั้นแม่มดร่างเตี้ยหน้าตาคุ้นมากและตรงกับรูปพรรณสัณฐานของคนที่มันดันกัสบอกว่าให้ล็อกเก็ตไปเดินเข้ามาในลิฟต์พอดี

Note : -
บทนี้แปลแบบงงน่ะค่ะอ่านไม่ค่อยเก็ทเท่าไหร่ค่ะถ้ามีผิดตรงไหนช่วยบอกช่วยแก้ด้วยนะคะ
- Charity Burbage
อาจารย์คนเก่าวิชามักเกิ้ลศึกษาถูกฆ่าตายในบทที่ 1 แต่หนังสือพิมพ์ปิดข่าวแค่ลงว่าลาออกค่ะ
-
ตอนที่ทั้งสามต้องเอาเส้นผมคนอื่นมาใส่ในน้ำยาสรรพรสน่ะค่ะ .. คล้ายพวกโจรดักตีหัวเลย
-
คนที่แฮร์รี่ปลอมตัวเป็นเขาเป็นคนใหญ่คนโตค่ะ
-
มีแต่คนรังเกียจและดูถูก Cattermole ที่ทำงานแผนกซ่อมค่ะ

บทที่ 13 - The Muggle-Born Registration Commission

แม่มดคนนั้นคืออัมบริดจ์ซึ่งคิดว่า Mafalda ที่เฮอร์ไมโอนี่ปลอมตัวอยู่ถูกส่งมาช่วยงานเธอในการสอบสวนพวกที่เกิดจากมักเกิ้ลซึ่งเฮอร์ไมโอนี่ต้องตามอัมบริดจ์ไปช่วยทำงานอย่างตื่นตระหนกแฮร์รี่ในร่างของ Albert Runcorn ใช้ผ้าคลุมล่องหนแอบเข้าไปในห้องทำงานของอัมบริดจ์เพื่อหาล็อกเก็ตแต่ก็ไม่พบเขาเจอไฟล์ตรวจสอบสถานะทางสายเลือดของอาเธอร์วีสลีย์และรู้ว่าอาเธอร์กำลังถูกติดตามตัวตลอดเวลาเพราะมีแววจะติดต่อกับแฮร์รี่ขณะแฮร์รี่หลบออกมาขึ้นลิฟต์เขาเจอรอนในลิฟต์ที่เปียกไปทั้งตัวจากนั้นแฮร์รี่กับรอน (ในร่างปลอม) ได้เจออาเธอร์ซึ่งอาเธอร์ดูเป็นมิตรกับ Cattermole แต่ไม่ค่อยกินเส้นกับแฮร์รี่ในร่าง Albert ที่เตือนเขาเรื่องกำลังถูกติดตามแต่อาเธอร์กลับคิดว่า Albert ขู่เขาแทน

แฮร์รี่ที่อยู่ใต้ผ้าคลุมล่องหนแอบเข้าไปหาเฮอร์ไมโอนี่ในร่างของ Mafalda ที่กำลังเป็นผู้ช่วยอัมบริดจ์ในการสืบสวนพวกที่เกิดจากมักเกิ้ลซึ่งเป็นรายของเมีย Cattermole ที่รอนปลอมตัวอยู่แฮร์รี่หาล็อกเก็ตในห้องอัมบริดจ์ไม่เจอเพราะเธอสวมมันไว้ที่ตัวตลอดเฮอร์ไมโอนี่ในร่าง Mafalda แกล้งเอ่ยปากชมล็อกเก็ตของอัมบริดจ์ซึ่งอัมบริดจ์ตอบอย่างภาคภูมิว่าเป็นสมบัติประจำตระกูลที่เป็นเลือดบริสุทธิ์และดูถูกพวกเกิดจากมักเกิ้ลจนแฮร์รี่ทนไม่ไหวอีกแล้วใช้คาถาทำให้อัมบริดจ์และ Yaxley ตัวแข็งไปและเสกผู้พิทักษ์ไล่ Dementors จากนั้นก็เอาล็อกเก็ตจากอัมบริดจ์แล้วก็พาพวกที่รอสืบสวนทั้งหมดหนี

Note : -
ประมาณว่า Albert Runcorn ที่แฮร์รี่ปลอมตัวเป็นคนที่ตรวจสอบประวัติครอบครัวพ่อมดน่ะค่ะซึ่งในตอนนี้ .. เขาค่อนข้างใหญ่พอตัว
-
แฮร์รี่ (ในร่าง Albert) บอกพวกที่เกิดจากมักเกิ้ลให้หนีออกนอกประเทศซะ
-
หน้าห้องทำงานอัมบริดจ์มีลูกตาปลอมของมูดดี้เอาไว้ส่องพวกลูกน้อง .. แฮร์รี่ขโมยมันมาทำให้พวกในกระทรวงรู้ว่ามีผู้บุกรุกค่ะ
-
ตอนพาหนีมีสู้กันด้วยค่ะ

บทที่ 14 - The Thief

แฮร์รี่รู้สึกตัวอีกทีเขาก็นอนอยู่บนกองใบไม้และกิ่งไม้รอนบาดเจ็บจนเป็นลมไปเพราะเสียเลือดมากแต่เฮอร์ไมโอนี่ช่วยรักษาเขาจนอาการดีขึ้นพวกเขาอยู่ที่ป่าที่เคยเป็นสถานที่จัดแข่งควิชดิชเวิร์ลคัพเฮอร์ไมโอนี่บอกว่าพวกเขากลับไปที่ Grimmauld Place บ้านของซีเรียสไม่ได้อีกแล้วเพราะตอนที่กำลังจะหายตัว Yaxley ได้จับเฮอร์ไมโอนี่เอาไว้และพวกเขาไปถึงบ้านซีเรียสแล้ว Yaxley เป็นผู้เสพความตายดังนั้นคาถาฟิเดลิดัสที่ปกป้องที่นั้นก็สลายไปแล้วเฮอร์ไมโอนี่สลัด Yaxley หลุดไปได้และหายตัวพาพวกเขามาที่นี่แทน

พวกเขาสลับกันเฝ้าเวรพยายามตรวจสอบล็อกเก็ตที่เป็น Horcruxes แต่ก็ยังทำอะไรไม่ได้ระหว่างที่เฝ้ายามแฮร์รี่ปวดแผลเป็นอีกครั้งและเห็นภาพโวลดี้กำลังทรมาน Gregorovitch บอกว่าให้มอบมันมาให้เขาแต่ Gregorovitch บอกว่ามันถูกขโมยไปแล้วโวลดี้เข้าไปสำรวจความทรงจำของ Gregorovitch เห็นภาพเด็กหนุ่มผมทองเข้ามาขโมยอะไรสักอย่างไปซึ่ง Gregorovitch ก็ไม่รู้ว่าเขาคือใครแล้ว Gregorovitch ก็ถูกโวลดี้ฆ่าตาย

แฮร์รี่เล่าเรื่องความฝันให้เฮอร์ไมโอนี่กับรอนฟังเฮอร์ไมโอนี่ยังคงไม่เห็นด้วยเรื่องที่แฮร์รี่ปล่อยให้โวลดี้เข้ามาแทรกความคิดอีกและบอกให้เขาไปพักผ่อนแฮร์รี่เลยปรึกษากับรอนแทนว่าเขาคุ้นหน้าเด็กหนุ่มผมทองคนนั้นมาก

Note : -
นิดนึงสำหรับคนชอบคู่รอนเฮอร์ไมโอนี่ค่ะ ... ระหว่างที่รอนกำลังเศร้าเพราะเป็นห่วงชะตากรรมของสามีภรรยา Cattermole และลูกเฮอร์ไมโอนี่มองรอนด้วยสายตาที่อ่อนโยนมาก
-
พวกเขาไม่มีอะไรกินเฮอร์ไมโอนี่เก็บเห็ดแถวนั้นมาปรุงอาหารเอามาให้กินรอนกินไปสองคำก็ไม่กินอีกแฮร์รี่กินเป็นมารยาทไม่ให้เพื่อนสาวเสียใจ
-
แฮร์รี่เป็นคนเก็บรักษาล็อกเก็ตโดยใส่ไว้เองค่ะ
-
รอนเกิดอาการ Panic และขอให้เพื่อนเรียกโวลดี้เป็น Who Know Who แทน

บทที่ 15 - The Goblin's Revenge

พวกเขาต้องหลบซ่อนเปลี่ยนที่พักไปเรื่อยและหาอาหารทำกินเองซึ่งอัตคัดมากแฮร์รี่ไม่สามารถเสกคาถาผู้พิทักษ์ที่เขาเชี่ยวชาญที่สุดได้เฮอร์ไมโอนี่ตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นเพราะล๊อกเก็ตที่เขาใส่อยู่เมื่อแฮร์รี่ถอดออกเขาก็รู้สึกโล่งขึ้นพวกเขาเลยสลับกันสวมล็อกเก็ตพวกเขาปรึกษากันว่า Horcruxes ที่เหลือจะไปอยู่ที่ไหนได้บ้างซึ่งก็นึกกันไม่ออกและสภาพจิตใจของพวกเขาก็ย่ำแย่มากโดยเฉพาะเวลาที่ใส่ล็อกเก็ตและรอนก็เริ่มหงุดหงิดและเป็นห่วงคนที่บ้านมากจนพาลทะเลาะในเรื่องอาหารการกินที่เฮอร์ไมโอนี่จะไม่ค่อยถนัด

ระหว่างที่เถียงกันพวกเขาได้ยินเสียงจึงใช้ Extendable Ears (หูที่ฟังเสียงไกลได้ของเฟร็ดจอร์จน่ะค่ะ) แอบฟังพบว่าเป็นพวกก๊อบลินและชายสามคนที่กำลังหลบหนีกระทรวงอยู่นั่งพักกินอาหารกันแถวนั้นสามคนคือเท็ด (พ่อของท๊องก์) ดีนโธมัสและเดิร์กทั้งสามเป็นคนที่เกิดจากมักเกิ้ลและไม่ยอมไปลงทะเบียน .. พวกก๊อบลินบอกว่าพวกเขาไม่ยุ่งหรือเข้าข้างใดเพราะเป็นเรื่องสงครามของพ่อมดแล้วตอนนี้ Gringott ก็ไม่ได้อยู่ในความควบคุมของก๊อบลินแต่เพียงผู้เดียวอีกแล้วพวกมันไม่ชอบผู้ใต้คำสั่งพ่อมดก็เลยถือโอกาสแก้แค้นพวกพ่อมด

ก๊อบลินเล่าข่าวเรื่องจินนี่และเพื่อนพยายามขโมยดาบกริฟฟินดอร์จากห้องทำงานของสเนป (ห้องอาจารย์ใหญ่นั่นล่ะค่ะ) สเนปเลยเห็นว่าที่โรงเรียนไม่ปลอดภัยเลยเอาฝากไว้ที่ Gringott .. ดาบนั้นพวกก๊อบลินเป็นคนสร้างขึ้นก๊อบลินรู้ได้ทันทีว่าดาบเป็นของปลอมแต่พวกมันก็ไม่ได้พูดอะไรแก้แค้นพวกพ่อมดให้คิดว่าพวกเขามีดาบของจริงอยู่

หลังจากนั้นเฮอร์ไมโอนี่ก็เอารูปของ Phineas Nigellus Black ออกมาจากกระเป๋า (มหัศจรรย์) และสอบถามเขาเรื่องจินนี่กับดาบ .. จินนี่เนวิลล์และลูน่าถูกทำโทษให้ไปทำงานให้แฮกริดในป่าต้องห้ามส่วนเรื่องดาบซึ่งเขาบอกว่าครั้งสุดท้ายที่เห็นดาบถูกเอาออกไป (ไม่นับที่จินนี่ขโมย) คือเมื่อดัมเบิลดอร์หยิบดาบไปทำลายแหวน ... นั่นทำให้แฮร์รี่และเฮอร์ไมโอนี่ตกใจและตื่นเต้นมากที่ทราบว่าดาบสามารถทำลาย Horcruxes ได้และพวกเขาพยายามนึกว่าดาบเล่มจริงตอนนี้อยู่ที่ไหน

แต่ในตอนนั้นรอนที่ใส่ล็อกเก็ตและจิตใจห่อเหี่ยวมากกลับไม่สนใจความตื่นเต้นของพวกเขาและพูดจากระแนะกระแหน๋ทำให้แฮร์รี่เหลืออดเพราะเขาเองก็เห็นรอนกับเฮอร์ไมโอนี่ซุบซิบกันบ่อยสองคนและเงียบเสียงทันทีที่เขาเข้าไปหาเหมือนกันพวกเขาทะเลาะกันจนเฮอร์ไมโอนี่เสกโล่ห์ขึ้นกันพวกเขาออกจากกันรอนถอดล็อกเก็ตออกและถามเฮอร์ไมโอนี่ว่าจะอยู่หรือเปล่าเฮอร์ไมโอนี่บอกอย่างตะกุกตะกักว่าเธอจะอยู่พวกเขาต้องอยู่ช่วยแฮร์รี่รอนกลับบอกว่าเธอเลือกแฮร์รี่แล้วก็เดินออกจากเต็นท์และหายตัวไปท่ามกลางพายุ

Note : - Phineas Nigellus Black
เคยเป็นอาจารย์ใหญ่และเป็นคนตระกูลแบล็คมีรูปของเขาสองที่ทั้งที่ฮอกวอกต์และบ้านของซีเรียส .. เฮอร์ไมโอนี่เก็บรูปที่บ้านของซีเรียสใส่กระเป๋าไว้ตั้งแต่บทที่ 11 เพราะกลัวว่าถ้า Phineas กลับมายังรูปที่บ้านซีเรียสแล้วเห็นพวกเขา Phineas จะเอาไปบอกสเนปค่ะ
-
รูปภาพในฮอกวอกส์สามารถติดต่อกันได้แต่เดินทางออกจากปราสาทไม่ได้เว้นแต่จะมีรูปของตัวเองที่อื่นและไม่สามารถพาคนอื่นไปที่รูปของตัวเองข้างนอกไม่ได้

บทที่ 16 - Godric's Hollow

รอนจากไปแล้วแฮร์รี่กับเฮอร์ไมโอนี่ยังคงเดินทางต่อไปด้วยกันแฮร์รี่พยายามไม่พูดถึงรอนเพื่อไม่ให้เฮอร์ไมโอนี่คิดมากแต่เขารู้ว่าเฮอร์ไมโอนี่ยังคงเศร้าซึมอยู่แฮร์รี่ครุ่นคิดว่าดาบจะไปอยู่ที่ไหนและคิดถึงดัมเบิลดอร์นึกโกรธที่เขาไม่เคยถามอะไรดัมเบิลดอร์เลยความคิดย้อนกลับไปที่ Godric's Hollow และเขาปรึกษาเฮอร์ไมโอนี่ว่าเขาอยากกลับไปที่นั่นใจจริงคือเขาอยากกลับไปยังหลุมศพของพ่อแม่คราวนี้เฮอร์ไมโอนี่เห็นด้วยและยกเรื่องดาบมาพูดว่าก๊อกดริกกริฟฟินดอร์เองก็เกิดที่นี่และยกหนังสือ History of Magic เขียนโดย Bathilda Bagshot ขึ้นมายืนยันและบอกว่าพ่อแม่หลายคนเคยอาศัยอยู่ที่นี่แฮร์รี่เชื่อมโยงเรื่องราวทั้งหมดเข้าด้วยกันกับ Godric's Hollow ทั้งดาบกริฟฟินดอร์ครอบครัวของเขา Bathilda Bagshot ที่อาศัยอยู่ที่นั้นและครอบครัวของดัมเบิลดอร์

พวกเขาฝึกหายตัวใต้ผ้าคลุมล่องหนและปลอมตัวเป็นมักเกิ้ลไปยัง Godric's Hollow เวลานั้นเป็นช่วงคริสตมาสพอดีซึ่งทำให้แฮร์รี่คิดถึงตัวเองว่าถ้าไม่มีโวลดี้เขาคงมีชีวิตที่เป็นสุข ... ที่ Godric's Hollow มีอนุสรณ์สถานสงครามอยู่พอแฮร์รี่เดินผ่านมันก็เปลี่ยนเป็นรูปปั้นคนสามคนคือพ่อแม่และตัวเขา ... พวกเขาเดินเข้าไปในส่วนที่ฝังศพและพบป้ายหลุมศพของคนที่นามสกุลคุ้นเคยมากเช่น Abbott .. หลุมศพของแม่และน้องสาวดัมเบิลดอร์มีคำจารึกว่า "Where your treasure is, there will be your heart also." และหลุมศพของเจมส์กับลิลลี่จารึกไว้ว่า "The last enemy that shall be destroyed to death." ซึ่งแฮร์รี่ก็ยังไม่แน่ใจว่าคำจารึกพวกนี้หมายถึงอะไรและเขานึกโกรธที่ไม่ได้ติดดอกไม้หรือเอาอะไรมาเคารพหลุมศพพ่อแม่ตัวเองเลยเฮอร์ไมโอนี่เสกพวงหรีดคริสตมาสดอกกุหลาบออกมาให้แฮร์รี่วางบนหลุมศพ .. ทั้งสองเดินออกจากตรงนั้นเงียบแฮร์รี่โอบไหล่เฮอร์ไมโอนี่และเธอก็โอบเอวเขาและเดินจากไป

Note : -
ช่วงที่กำลังคิดกันอยู่เฮอร์ไมโอนี่อ่านหนังสือนิทานที่ดัมเบิลดอร์ให้ไว้และพบสัญลักษณ์ของ Grindelvald ในหนังสือ
- Grindelvald
คือพ่อมดชั่วร้ายที่เคยประลองกับดัมเบิลดอร์คนเดียวกับที่ครัมสังเกตเห็นพ่อของลูน่าห้อยสัญลักษณ์นี้

บทที่ 17 - Bathilda's Secret

แฮร์รี่กับเฮอร์ไมโอนี่เดินออกจากที่ฝังศพใต้ผ้าคลุมล่องหนพยายามคิดหาบ้านของ Bathilda แต่แฮร์รี่กลับพบซากบ้านเก่าของพ่อแม่เขาเมื่อเขายื่นมือแตะประตูรั้วคำจารึกก็ผุดขึ้นมาที่ไม้บอกว่านี่คือจุดที่เจมส์และลิลลี่เสียชีวิตและแฮร์รี่ที่เป็นลูกชายกลายเป็นบุคคลเพียงคนเดียวที่รอดจากคำสาปสังหารบ้านนี้กลายเป็นอนุสรณ์สถานเพื่อครอบครัวพอตเตอร์และย้ำเตือนถึงความโหดร้ายที่ทำลายครอบครัวนี้แฮร์รี่สังเกตเห็นว่าที่ไม้มีร่อยรอยลายเซ็นของคนที่มาเยี่ยมสถานที่แห่งนี้ด้วย

จากนั้นก็มีหญิงชราเดินมาหยุดมองที่ซากบ้านแห่งนี้ซึ่งเธอต้องไม่ใช่มักเกิ้ลแน่นอนเพราะมักเกิ้ลไม่สามารถมองเห็นซากบ้านได้แฮร์รี่จึงถามเธอว่าใช่ Bathilda หรือเปล่าเธอพยักหน้าไม่พูดอะไรและพาไปที่บ้านที่มีกลิ่นแปลกและเธอก็ทำตัวแปลกด้วยที่ห้องนั่งเล่นแฮร์รี่เห็นรูปภาพเด็กหนุ่มผมทองคนนั้นที่เข้ามาขโมยของ Gregorovitch แล้วเขาก็นึกได้ว่าเป็นเด็กหนุ่มคนเดียวกับในหนังสือของริต้าสคีเตอร์แฮร์รี่พยายามถาม Bathilda แต่เธอดูเหมือนเหม่อลอยและไม่ตอบอะไรเลยจนเฮอร์ไมโอนี่รู้สึกหวั่นใจแล้ว Bathilda ก็เรียกแฮร์รี่ขึ้นไปชั้นสองกับเธอเพียงลำพัง

พอขึ้นไปชั้นสองอยู่กันเพียงลำพังเธอถามแฮร์รี่ว่าใช่แฮร์รี่จริงหรือเปล่าซึ่งแฮร์รี่ยืนยันว่าตนเองคือแฮร์รี่และถามเธอว่าเธอต้องการจะบอกอะไรหรือมีอะไรอยากจะให้เขาหรือเปล่าแต่เธอดูเหม่อลอยอีกแล้วแผลเป็นของแฮร์รี่ก็เจ็บขึ้นมาอีกล็อกเก็ตก็เหมือนจะบิดเกลียวราวกับมีชีวิตเขาเหมือนรู้สึกถึงความยินดีและได้ยินน้ำเสียงเย็นชาบอกว่าให้จับเขาไว้

Bathilda
ชี้ไปยังโต๊ะเครื่องแป้งแฮร์รี่เหมือนจะเห็นด้ามดาบทันใดนั้นเขาก็เหลือบเห็น Bathilda ล้มลงไปมีงูโผล่ออกมาจากลำคอเธอแฮร์รี่ถูกงูกัดจนไม้กายสิทธิ์หลุดจากมือเขาคิดว่าเขาคงต้องตายและรู้สึกถึงโวลเดอมอร์กำลังจะบินมาแล้วเฮอร์ไมโอนี่ก็ขึ้นมาอยู่ข้างแฮร์รี่คว้าไม้กายสิทธิ์ของตนจับเฮอร์ไมโอนี่งูพุ่งโจมตีอีกครั้งขณะที่พวกเขากำลังจะหนีเฮอร์ไมโอนี่ใช้คาถาซึ่งมันระเบิดรอบห้องและสะท้อนกระจกกลับมาหาพวกเขาแฮร์รี่รู้สึกเจ็บมากเขาคว้าเฮอร์ไมโอนี่พุ่งออกไปนอกหน้าต่างแล้วเขาก็รู้สึกว่าตนเองกลายเป็นโวลเดอมอร์ที่โกรธจัดมองผ่านหน้าต่างเห็นมักเกิ้ลสองคนหายตัวไป

แฮร์รี่รู้สึกว่ามันเคยเกิดขึ้นแล้วเขาเห็นความทรงจำของโวลเดอมอร์เดินมาที่ถนนไปยังบ้านของพอตเตอร์เมื่อคาถาฟิเดลิดัสสลายไปแล้วเขาเข้ามาที่บ้านเจมส์แทบไม่ทันหยิบไม้กายสิทธิ์และบอกให้ลิลลี่พาแฮร์รี่หนีไปเขาฆ่าเจมส์ขึ้นไปหาลิลลี่บอกให้เธอหลีกไปแต่เขาคิดว่ามันคงรอบคอบกว่าที่จะฆ่าพวกเขาทั้งหมดเขาฆ่าลิลลี่และจะหันมาฆ่าแฮร์รี่แต่แล้วเขาก็เจ็บปวดและตกใจมากและรู้สึกว่าเขาต้องหลบซ่อนตัวในที่ห่างไกลที่สุด

เมื่อแฮ์รี่รู้สึกตัวอีกทีเขาก็อยู่ในเต็นท์แล้วเฮอร์ไมโอนี่ทำแผลให้เขาและใช้คาถาปลดล็อคเก็ตออกเพราะเธอดึงเองไม่ออกเขาบอกเฮอร์ไมโอนี่ว่า Bathilda คืองู Bathilda ตัวจริงคงตายมาสักพักแล้วและที่เธออยากอยู่กับแฮร์รี่ตามลำพังเพราะเธอคืองูปลอมตัวมาจึงพูดได้แต่ภาษาพาร์เซลและแฮร์รี่คนเดียวเข้าใจภาษานี้แฮร์รี่ถามถึงไม้กายสิทธิ์ของตัวเองซึ่งเฮอร์ไมโอนี่ก็ดูเศร้าและคืนไม้กายสิทธิ์ที่เสียหายมากให้เธอพยายามซ่อมแต่ไม่สำเร็จเธอกล่าวมามันคงโดนคาถาของเธอที่ระเบิดไปทั่วตอนที่พยายามหนีแต่แฮร์รี่บอกว่ามันเป็นแค่อุบัติเหตุและขอยืมไม้กายสิทธิ์ของเฮอร์ไมโอนี่ขณะเฝ้ายามให้

บทที่ 18 - The Life and Lies of Albus Dumbledore

แฮร์รี่พุ่งความโกรธไปลงที่ดัมเบิลดอร์อีกครั้งเขารู้สึกอ่อนแอมากเมื่อสูญเสียไม้กายสิทธิ์ไปเฮอร์ไมโอนี่เรียกแฮร์รี่มาอ่านหนังสือของริต้าที่เธอหยิบติดมือมาจากบ้านของ Bathilda พวกเขาเดาว่าริต้าคงได้ข้อมูลมาจาก Bathilda ตอนที่เธอยังมีชีวิตอยู่และหนังสือคงส่งมาหลังเธอตายแล้วมันจึงยังไม่เคยถูกเปิดอ่านเขาเห็นภาพดัมเบิลดอร์ตอนหนุ่มกับ Grindelwald ที่ถ่ายหลังจากแม่ของดัมเบิลดอร์ตายริต้าเขียนไว้ว่า Grindelwald เป็นเพื่อนของดัมเบิลดอร์แฮร์รี่กับเฮอร์ไมโอนี่จึงเริ่มอ่านที่ริต้าเขียนบรรยายเอาไว้ในหนังสือ

ดัมเบิลดอร์เรียนจบพร้อมกับรางวัลมากมายและเตรียมตัวออกเดินทางไปกับ Elphias Doge เมื่อได้รับข่าวว่าแม่ของดัมเบิลดอร์ตายเขาก็ยกเลิกการเดินทางและกลับไปดูแลน้องแต่ริต้ายกข้อคิดของเธอว่าดัมเบิลดอร์ห่วงน้องจริงหรือเปล่าจนเมื่อ Grindelwald มากลับมาอยู่กับ Bathilda ที่เป็นญาติ

หากไม่ใช่โวลเดอมอร์ในรุ่นต่อมาที่สร้างความกลัวมากมายให้สังคมพ่อมด Grindelwald คงเป็นที่หนึ่งในเรื่องศาสตร์มืดแต่เขาก็ไม่ได้ขยายอำนาจมาที่เกาะบริเทน Grindelwald เรียนที่เดิร์มสแตรงเก่งเทียบเท่าดัมเบิลดอร์และว่าหมกมุ่นกับศาสตร์มืดและการทดลองชั่วร้ายจนถูกไล่ออกจากโรงเรียนเขาเลยออกเดินทางและไปที่นั้นท้ายที่สุดก็สนิทสนมกับดัมเบิลดอร์และส่งจดหมายหากันบ่อยจดหมายฉบับหนึ่งที่ลงไว้ริต้าตีความในเชิงว่าดัมเบิลดอร์เห็นด้วยเรื่องการที่พ่อมดอยู่เหนือกว่ามักเกิ้ล ... Grindelwald อยู่ด้วยในวันที่น้องสาวของดัมเบิลดอร์ตายและเขาก็รีบกลับมาบอก Bathilda ว่าต้องการจะกลับบ้านในวันรุ่งขึ้นทันทีและเขาก็ไม่ได้พบกับดัมเบิลดอร์อีกเลยจนกระทั่งวันประลอง

ความสัมพันธ์ของพี่น้องที่เหลือกันแค่สองคนไม่ได้ดีขึ้นเลยเพราะ Aberforth โทษดัมเบิลดอร์ถึงกับทำร้ายดัมเบิลดอร์ในงานศพริต้ายกข้อสงสัยว่าทำไม Aberforth โทษดัมเบิลดอร์ Grindelwald เกี่ยวอะไรกับการตายของน้องสาวดัมเบิลดอร์และดัมเบิลดอร์เลี่ยงไม่พบ Grindelwald จนกระทั่งโลกของพ่อมดต้องขอร้องให้เขาหยุด Grindelwald ทำไมดัมเบิลดอร์ถึงเลี่ยงเป็นเพราะความกลัวว่าพวกเขาเคยเป็นเพื่อนกันมาก่อนจะถูกเปิดเผยหรือเปล่าแล้วน้องสาวของดัมเบิลดอร์ตายได้อย่างไง

แฮร์รี่รู้สึกเหมือนกับตอนที่รอนจากไปทุกสิ่งที่เขาเคยเชื่อไม่มีอะไรเหลืออีกแล้วเขาต้องเสียอะไรไปอีกมากมายเฮอร์ไมโอนี่บอกว่านี่คืองานเขียนของริต้าแต่แฮร์รี่ก็ยังรู้สึกไม่ดีอยู่เขาพยายามเถียงว่าดัมเบิลดอร์ควรจะดูแลน้องไม่ใช่หมกมุ่นกับการแสวงหาอำนาจเพื่อเหนือกว่ามักเกิ้ลเฮอร์ไมโอนี่บอกว่าดัมเบิลดอร์เปลี่ยนไปแล้วเขาทุ่มเทต่อสู้กับศาสตร์มืดปกป้องและสนับสนุนมักเกิ้ลต่อสู้กับโวลเดอมอร์มาตั้งแต่ต้นและเสียชีวิตจากการพยายามล้มโวลเดอมอร์ ... เฮอร์ไมโอนี่บอกว่าแฮร์รี่คงโกรธดัมเบิลดอร์ที่ว่าเขาไม่เคยบอกอะไรแฮร์รี่เลยซึ่งแฮร์รี่ก็ยอมรับว่าเขาอาจจะโกรธที่เขาเสี่ยงชีวิตหลายต่อหลายครั้งโดยที่ไม่รู้อะไรเลยแต่เฮอร์ไมโอนี่บอกว่าเธอรู้ว่าดัมเบิลดอร์รักแฮร์รี่แต่แฮร์รี่ไม่แน่ใจว่าดัมเบิลดอร์รักใครกันแน่แต่คงไม่ใช่เขาเพราะคงไม่ใช่ความรักแน่ที่ดัมเบิลดอร์ทิ้งความวุ่นวายทั้งหมดนี้ให้แฮร์รี่ดัมเบิลดอร์ยังแบ่งปันวิสัยทัศน์กับ Grindelwald มากกว่าที่เขาแบ่งกับแฮร์รี่เสียอีก

บทที่ 19 - The Silver Doe

พักพลังพวกเขาเหมือนได้ยินเสียงแปลกด้านนอกพวกเขาเลยย้ายที่พักโดยการหายตัวใต้ผ้าคลุมล่องหนครั้งนี้พวกเขาไปที่ Forest of Dean ที่เฮอร์ไมโอนี่เคยมาตั้งแคมป์กับพ่อแม่ ... ระหว่างที่แฮร์รี่เฝ้ายามรอบด้านคลุมด้วยหิมะและเงียบสงบแฮร์รี่ครุ่นคิดเรื่องดัมเบิลดอร์เรื่องที่เกิดขึ้นที่ Godric's Hollow และท้ายที่สุดเขาเป็นห่วงและคิดถึงจินนี่มากทันใดนั้นเขาก็เห็นแสงสีเงินที่ประหลาดมากเขาเลยเดินออกไปนอกเขตที่พักแสงสีเงินนั่นคือผู้พิทักษ์ที่เป็นร่างกวางสาวสีเงินที่งดงามมากมันวิ่งหนีแฮร์รี่ตามมันไปจนถึงสระน้ำแข็งแฮร์รี่รู้สึกเหมือนมีคนวิ่งตามมาแล้วเขาก็เห็นดาบของกริฟฟินดอร์อยู่ใต้สระนั่น

แฮร์รี่มองรอบคิดว่าถ้าเป็นผู้เสพความตายตามมาเขาคงถูกทำร้ายแล้วเขาคิดถึงดัมเบิลดอร์แปลกใจว่าทำไมดาบมาอยู่ที่นี่ได้แล้วเขาก็ทำลายน้ำแข็งถอดเสื้อผ้าวางของต่างไว้แล้วกระโดดลงไปเอาดาบในสระ ... น้ำในนั้นเย็นเฉียบและสร้างความลำบากให้แฮร์รี่มากเมื่อเขาเข้าใกล้ดาบสร้อยคอล็อกเก็ตที่ใส่อยู่ก็รัดคอแฮร์รี่จนหายใจไม่ออกเขาคิดว่าเขาต้องตายแล้วแน่แต่ทันใดนั้นก็มีคนมาช่วยเหมือนกับครั้งที่เฮอร์ไมโอนี่มาช่วยเขาจากงู

ขึ้นมาจากน้ำแฮร์รี่เห็นรอนเปียกโชกไปทั้งตัวมือหนึ่งถือดาบกริฟฟินดอร์อีกมือถือ Horcrux ที่สร้อยขาดแล้วแฮร์รี่ทั้งตกใจดีใจและแปลกใจที่เห็นรอนที่นี่รอนบอกว่าเขาไม่ได้เป็นคนเสกกวางสีเงินนั้นเพราะคิดว่าเป็นผู้พิทักษ์ของแฮร์รี่ซึ่งแฮร์รี่ก็แย้งว่าผู้พิทักษ์ของตัวเองคือกวางตัวผู้ (Stag) แต่ก่อนที่พูดถึงความสงสัยอื่นแฮร์รี่เรียกรอนมาและขอให้เขาเป็นคนทำลาย Horcrux ด้วยดาบเพราะรอนเป็นคนเอาดาบขึ้นมาและแฮร์รี่คิดว่ามันควรจะเป็นรอนแม้รอนจะดึงดันว่าเขาไม่เหมาะแต่สุดท้ายรอนก็ยอม .. แฮร์รี่เปิดล๊อกเก็ตด้วยภาษาพาร์เซลร่างของทอมริดเดิ้ลก็ปรากฏขึ้นพูดจาถากถางว่ารอนเป็นแค่คนที่อยู่ข้างแฮร์รี่เท่านั้นไม่มีใครสนใจรอนแล้วก็ปลอมเป็นแฮร์รี่และเฮอร์ไมโอนี่และดูถูกเยาะเย้ยรอนแถมยังจูบกันต่อหน้ารอนด้วยทำให้รอนเจ็บปวดมากรอนเงื้อดาบอยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่ได้ฟันร่างนั้นเสียทีจนทอมสร้างภาพต่างนานาที่ทำร้ายจิตใจรอนมากขึ้นแต่สุดท้ายรอนก็ฟันร่างทอมริดเดิ้ลได้

พวกเขากลับมาหาเฮอร์ไมโอนี่ซึ่งทั้งดีใจทั้งโกรธที่รอนไม่ยอมกลับมาเสียทีจึงโผเข้าไปทุบรอนจนเจ็บตัวไปหมดแล้วรอนก็บอกว่าเขาตามเพื่อนเจอเพราะ Deluminator ที่ดัมเบิลดอร์ให้มาเขาเล่าว่าที่กลับมาเลยไม่ได้เพราะตอนนั้นที่โกรธและหายตัวไปรอนไปเจอกับพวก Snatchers เป็นกลุ่มที่ไล่ตามจับพวกที่เกิดจากมักเกิ้ลและพวกทรยศแล้วไปเอารางวัลจากกระทรวงรอนบอกพวกนั้นว่าเขาคือ Stan ภายหลังก็หนีออกมาได้แล้วเขาก็มีไม้กายสิทธิ์สำรองด้วย

Note : -
เฮอร์ไมโอนี่เป็นผู้หญิงที่น่ากลัวมากค่ะ ...
-
แฮร์รี่บอกรอนว่าเขาคิดกับเฮอร์ไมโอนี่เหมือนพี่น้องและแน่ใจว่าเฮอร์ไมโอนี่ก็คิดเหมือนกัน
-
เผื่อมีใครยังไม่รู้ ... แฮร์รี่มีค่าหัวหนึ่งหมื่นเกลเลียนค่ะ
-
จบบทนี้พวกเขายังไม่รู้ว่าใครเสกผู้พิทักษ์มานำทางค่ะ

บทที่ 20 - Xenophilius Lovegood

แม้เฮอร์ไมโอนี่ยังดูงอนอยู่บ้างแต่แฮร์รี่ก็รู้สึกดีมากกว่าเดิมเยอะที่พวกเขาทั้งสามกลับมาอยู่ด้วยกันอีกพวกเขาปรึกษากันว่าจะเอาไงต่อรอนที่ได้อยู่ข้างนอกมาสักพักเอาข่าวมาอัพเดทเพื่อนเขาไม่ได้กลับไปที่บ้านโพรงกระต่ายแต่ไปอยู่ที่บ้านของบิลกับเฟลอร์แทนแล้วรอนก็บอกว่าที่พวกกระทรวงและผู้เสพความตายตามพวกเขาเจอได้ก็เพราะพวกเขาเอ่ยชื่อโวลเดอมอร์ดังนั้นพวกเขาจึงต้องหยุดเรียกชื่อนั้นและตอนนี้บิลเองก็กำลังหลบหนีอยู่เหมือนกัน .. พวกเขาคุยกันเรื่องผู้พิทักษ์กวางสาวซึ่งก็ยังสรุปไม่ได้ว่าใครเป็นคนเสก

แฮร์รี่พยายามฝึกใช้ไม้กายสิทธิ์อันใหม่แต่ก็พบว่ามันมีพลังน้อยกว่าไม้ของตัวเอง ... เฮอร์ไมโอนี่เดินมาหาแฮร์รี่และบอกว่าเธอต้องการไปพบ Xenophilius Lovegood พ่อของลูน่าและชี้ให้แฮร์รี่ดูในหนังสือประวัติดัมเบิลดอร์ที่ริต้าสคีเตอร์เขียนขึ้นมันมีลายเซ็นต์ของดัมเบิลดอร์ในจดหมายที่เขียนถึง Grindelwald ซึ่งตัว A ในลายเซ็นต์นั้นถูกแทนตัวสัญลักษณ์เล็กที่เหมือนกับสัญลักษณ์ที่พวกเขาเจอในหนังสือนิทานที่ดัมเบิลดอร์ให้เธอเฮอร์ไมโอนี่สงสัยเกี่ยวกับสัญลักษณ์นี้ซึ่งโผล่มาหลายครั้งแล้วทั้งในหนังสือหลุมศพหนึ่งใน Godric's Hollow และเหมือนพ่อของลูน่าจะมีข้อมูลเรื่องสัญลักษณ์นี้

พวกเขาเดินทางไปที่บ้านลูน่าซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านโพรงกระต่าย ... Xenophilius ต้อนรับพวกเขาอย่างไม่เต็มใจแฮร์รี่ขอให้เขาช่วยซึ่งเขาก็ยังไม่แน่ใจอยู่ดีเลยออกไปตามลูน่าในบ้านนั้นมีแต่ของเวทมนต์ที่แปลกและอันตรายมากเมื่อ Xenophilius กลับมาบอกว่าเดี๋ยวลูน่าจะตามมาแฮร์รี่ก็ถามเขาเรื่องสัญลักษณ์ที่ Xenophilius ห้อยอยู่แต่ Xenophilius เลิกคิ้วและถามกลับว่าแฮร์รี่กำลังหมายถึงสัญลักษณ์ของ Deathly Hallows อยู่เหรอ

บทที่ 21 - The Tale of the Three Brothers

เมื่อ Xenophilius พูดถึง Deathly Hallows พวกของแฮร์รี่ก็งุนงงและไม่เข้าใจจน Xenophilius พูดถึงนิทานเรื่อง The Tale of the Three Brothers ซึ่งรอนกับเฮอร์ไมโอนี่รู้จักแต่แฮร์รี่ไม่รู้จักมันเป็นนิทานของพวกพ่อมดและเฮอร์ไมโอนี่ก็หยิบหนังสือที่ดัมเบิลดอร์ให้ออกมามันคือเล่มต้นฉบับนิทานของ Beedle the Bard และเล่าให้คนในที่นั้นฟัง

.....
ครั้งหนึ่งมีพี่น้องสามคนเดินทางท่องเที่ยวผ่านแม่น้ำสายหนึ่งที่เชี่ยวมากพวกเขาจึงโบกไม้กายสิทธิ์สร้างสะพานขึ้นเพื่อเดินข้ามเดธที่เฝ้าอยู่โกรธมากเพราะสามพี่น้องไม่หลงกลนักเดินทางส่วนใหญ่มักจะจมน้ำตายตรงนั้นแต่เดธก็เจ้าเล่ห์พอจึงบอกว่าเขายินดีจะมอบของขวัญให้สามพี่น้อง

....
คนโตที่ชอบการใช้กำลังขอไม้กายสิทธิ์ที่จะชนะในทุกการดวลต่อสู้ไม้กายสิทธิ์ที่คู่ควรกับพ่อมดที่เอาชนะความตายเดธไปยัง Elder Tree และสร้างไม้กายสิทธิ์จากกิ่งไม้และมอบให้คนโต

....
คนรองที่มีนิสัยหยิ่งผยองขอพลังที่จะเรียกคนตายให้ฟื้นคืนเดธจึงหยิบศิลาตรงริมน้ำมอบให้กับคนรอง

....
คนเล็กที่ฉลาดเฉลียวที่สุดขอสิ่งที่จะทำให้เขาไปไหนมาไหนได้โดยที่เดธติดตามเขาไปไม่ได้ซึ่งเดธโดยไม่เต็มใจนักมอบเสื้อคลุมล่องหนให้

....
สามพี่น้องเดินทางต่อชื่นชมของขวัญที่ได้รับและแยกย้ายจากกันไปตามจุดหมายของแต่ละคน

....
คนโตเดินทางไปยังหมู่บ้านแห่งหนึ่งเอาชนะพ่อมดคนอื่นด้วย Elder Wand และโอ้อวดว่าถึงไม้กายสิทธิ์ที่ทรงพลังที่สุดที่เขาได้มาจากเดธคืนนั้นพ่อมดคนหนึ่งขโมย Elder Wand ไปขณะที่คนโตกำลังหลับและฆ่าเขาเสีย ... เดธได้ครอบครองคนโตแล้ว

....
คนรองกลับไปที่บ้านและลองใช้ศิลาเรียกคนตายซึ่งกลายเป็นหญิงสาวที่เขารักและจะแต่งงานด้วยแต่กลับเสียชีวิตลงก่อนวัยอันควรนางเศร้าหนาวและเจ็บปวดที่ต้องจากเขาไปแต่นางก็อยู่ในโลกนี้ไม่ได้และก็ทรมานคนรองเสียสติด้วยความโหยหาและฆ่าตัวตายตามนางไปเพื่อที่จะได้อยู่ด้วยกัน ... เดธได้ครอบครองคนรองแล้ว

....
เดธตามหาคนเล็กอยู่นานหลายปีแต่ก็ไม่พบนานวันเข้าคนเล็กแก่ชราลงจึงออกจากผ้าคลุมล่องหนมอบต่อให้ลูกชายของเขาคนเล็กทักทายเดธราวกับเพื่อนเก่าและจากไปกับเดธด้วยความยินดีและเท่าเทียมกัน

Xenophilius
บอกว่าทั้งสามนี่คือ Deathly Hallows .. Elder Wand, Resurrection Stone และเสื้อคลุมล่องหนซึ่งผู้ครองสิ่งสามอย่างนี้จะ *master of Death*

Note : - master of death
บีจังไม่กล้าแปลไทยค่ะคือกลัวว่าเจเคจะเล่นคำอีก Master มีความหมายหลายอย่างเช่นนาย, เชี่ยวชาญ, มีอำนาจเหนือ, ควบคุมหรือตามความหมายที่ Xenophilius บอกคือผู้พิชิตผู้ชนะ

Xenophilius
เชื่อว่าทั้งสามสิ่งมีอยู่จริงแต่เขาไม่รู้ว่ามันอยู่ที่ไหนแม้ว่าหนึ่งในของสามอย่างคือผ้าคลุมล่องหนนั้นอยู่กับพวกแฮร์รี่ในห้องเดียวกันนี้เองพวกเขาคุยเรื่อง Elder Wand ซึ่ง Xenophilius บอกว่าเป็นสิ่งที่ยังพอติดตามได้บ้างเพราะไม้กายสิทธิ์ต้องผ่านจากคนหนึ่งสู่คนหนึ่งหากเขาเป็นผู้ครองไม้นั่นจริงแต่ตอนนี้ Xenophilius เองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าไม้นั่นไปอยู่ที่ไหนแล้วเฮอร์ไมโอนี่ถาม Xenophilius เกี่ยวกับครอบครัว Peverells ซึ่งเป็นชื่อหนึ่งบนหลุมศพที่ Godric's Hollow ... Xenophilius บอกว่าสามพี่น้อง Peverells คือคนที่ได้ครอบครอง Hallows ทั้งสามซึ่งก็คือสามพี่น้อง Antioch, Cadmus และ Ignotus และน่าจะเป็นคนเดียวกับสามพี่น้องในนิทานที่ได้ครอบครอง Hallows จริง

Xenophilius
ที่มองนอกหน้าต่างตลอดเวลาขอตัวลงไปเตรียมอาหารให้แฮร์รี่ปรึกษาเรื่องที่เพิ่งรู้นี้กับเพื่อนซึ่งรอนดูไม่ค่อยเชื่อเพราะเขาได้ยินนิทานเรื่องนี้มาตั้งแต่เด็กผิดกับเฮอร์ไมโอนี่และแฮร์รี่ที่อยู่กับมักเกิ้ลเลยมีความเชื่อที่ต่างกันเรื่องการมองว่าของขวัญชิ้นไหนดีที่สุดซึ่งทั้งสามคนก็เลือกของต่างกันเฮอร์ไมโอนี่เลือกผ้าคลุมรอนเลือกไม้กายสิทธิ์แฮร์รี่เลือกศิลา .. แฮร์รี่ให้เหตุผลว่าเขาอาจทำให้พ่อแม่ซีเรียสหรือดัมเบิลดอร์กลับมาได้แม้เขาก็รู้ว่าในนิทานคนที่ตายไปไม่อยากจะกลับมาเฮอร์ไมโอนี่บอกว่า Beedle the Bard น่าจะได้ไอเดียจากศิลาอาถรรพณ์มาเขียนนิทาน

ระหว่างที่พูดคุยกันแฮร์รี่เกิดเอะใจจึงเดินขึ้นข้างบนและเข้าไปในห้องลูน่าและพบว่าเป็นห้องที่ทิ้งร้างมาสักพักเขาจึงรู้ว่าลูน่าไม่ได้อยู่ที่นี่สักระยะแล้วจึงไปถาม Xenophilius ซึ่ง Xenophilius ยอมรับว่าเขาบอกทางกระทรวงแล้วแฮร์รี่อยู่ที่นี่และที่ต้องทำแบบนี้เพราะพวกผู้เสพความตายจับตัวลูน่าเอาไว้ Xenophilius พยายามจะเสกคาถาจับพวกแฮร์รี่แต่พวกเขาหลบได้และสะท้อนคาถากลับจนระเบิด Xenophilius ตกบันไดวนลงมาข้างล่างและพวกผู้เสพความตายก็มาถึงที่บ้าน

พวกผู้เสพความตายไม่ได้รีบร้อนนักเพราะคิดว่า Xenophilius โกหกอีกและบอกให้ Xenophilius ขึ้นไปจับแฮร์รี่ลงมาเฮอร์ไมโอนี่วางแผนให้รอนอยู่ใต้ผ้าคลุมล่องหนเสกคาถาใส่ Xenophilius และทำลายพื้นจนเป็นโพรงพวกเขาหล่นลงไปทับผู้เสพความตายที่อยู่ข้างล่างและหายไปหนีไปหลังจากที่ผู้เสพความตายเห็นหน้าแฮร์รี่แล้ว

Note : -
ตอนคุยกันมีการพูดถึง Deathstick กับ The Wand of Destiny ซึ่งเป็นชื่อไม้กายสิทธิ์ที่ศาสตราจารย์บินส์เคยพูดถึงในวิชาประวัติศาสตร์เวทมนตร์
-
เฮอร์ไมโอนี่ให้รอนซ่อนในผ้าคลุมเพราะพวกเขาหลอกทางโรงเรียนและกระทรวงว่ารอนนอนป่วยอยู่ที่บ้านจึงให้พวกผู้เสพความตายเห็นรอนไม่ได้

บทที่ 22 - Deathly Hallows

พวกเขาหายตัวมายังที่ปลอดภัยและปรึกษากันถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเฮอร์ไมโอนี่ไม่เชื่อเรื่อง Hallows และคิดว่ามันไม่มีอยู่จริงนิทานสามพี่น้องเป็นเพียงนิทานเท่านั้นแต่แฮร์รี่กับรอนคิดต่างกันออกไปเฮอร์ไมโอนี่รู้เพียงว่า Peverell เป็นครอบครัวเลือดบริสุทธิ์เก่าแก่ครอบครัวหนึ่งที่ไม่มีผู้สืบสกุลทางฝั่งผู้ชายไปตั้งแต่ช่วงแรกแล้วเท่านั้นแต่แฮร์รี่นึกได้ว่าครอบครัว Gaunt ของทอมริดเดิ้ลก็เป็นลูกหลานของ Peverell และ Marvolo Gaunt ก็อาศัยอยู่ที่ Godrics Hollow และแหวนที่เป็น Horcrux อาจเป็น Resurrection Stone ก็ได้เฮอร์ไมโอนี่เริ่มโกรธและคิดว่าแฮร์รี่พยายามโยงเรื่องทุกอย่างไปยัง Hallows แฮร์รี่พยายามคิดถึงการใช้ Hallows ต่อกรกับ Horcruxes หากเขาได้ครอง Hallows ทั้งสามเอาไว้ต่อสู้กับโวลเดอมอร์หากเขา master of Death เขาจะปลอดภัยหรือเปล่าแฮร์รี่สำรวจผ้าคลุมล่องหนนึกขึ้นได้ว่าดัมเบิลดอร์ขอยืมผ้าคลุมไปก่อนที่พ่อแม่ของเขาถูกฆ่าเพื่อตรวจสอบว่าผ้าคลุมนี้เป็น Hallows จริงหรือเปล่าและเขาแน่ใจว่าแหวนอยู่ในลูกสนิทช์แล้วแฮร์รี่ก็นึกออกว่าโวลเดอมอร์กำลังตามหา Elder Wand อยู่

เฮอร์ไมโอนี่พยายามเตือนสติแฮร์รี่ว่าอย่าหลงทางและแน่ใจว่าดัมเบิลดอร์ต้องการให้แฮร์รี่ตามหาและทำลาย Horcruxes มากกว่าค้นหา Hallows ให้ครบซึ่งรอนที่ยังสับสนอยู่เห็นด้วยกับเฮอร์ไมโอนี่และบอกให้แฮร์รี่หยุดคิดเรื่อง Hallows ... แฮร์รี่ยังคงหมกมุ่นกับ Hallows อยู่เขาคิดหลายเรื่องคำของ Xenophilius ที่ลูน่าเคยบอกว่าว่าเฮอร์ไมโอนี่ฉลาดเฉลียวก็จริงแต่มุมมองคับแคบปิดกั้นเขาคิดถึงลูน่าและเป็นห่วงเธอที่ตอนนี้อาจจะถูกขังในอัซคาบัน

พวกเขาพยายามนึกหาสถานที่อาจจะมี Horcruxes แล้วรอนก็พูดถึง Potterwatch ที่เป็นคลื่นกระจายเสียงทางวิทยุเกี่ยวกับพวกที่สนับสนุนแฮร์รี่และลองเปิดให้เพื่อนฟังขณะนั้นกำลังถ่ายทอดเสียงของคนที่พวกเขาคุ้นเคยแต่ใช้ชื่อปลอมในการออกอากาศเล่าถึงข่าวสารอัพเดทพ่อของท๊องก์กับ Dirk Cresswell และก๊อบลิน Gornuk ถูกฆ่าตาย .. ดีนโธมัสกับก๊อบลินอีกตัวหลบหนีไปได้ .. พวกเขาพบส่วนที่เหลือของ Bathilda ในบ้านที่คาดเดากันว่าเธอตายมาแล้วหลายเดือนแฮกริดกำลังหลบหนีอยู่เพราะจัดปาร์ตี้สนับสนุนแฮร์รี่ในบ้านของตัวเองและข่าวที่ว่าโวลเดอมอร์ถูกพบเห็นที่ต่างประเทศ .. พวกเขาที่เหลืออยู่ยังคงสนับสนุนและเชื่อมั่นในตัวของแฮร์รี่หลังฟังจบแล้วแฮร์รี่ยิ่งแน่ใจว่าโวลเดอมอร์ต้องไปตามหา Elder Wand แน่จนหลุดปากพูดชื่อของโวลเดอมอร์ออกมาและพวกเขาก็ถูกล้อมจับ

บทที่ 23 - Malfoy Manor

แฮร์รี่และเพื่อนถูกพวก Snatchers (พวกล่าเงินรางวัล) จับตัวเอาไว้พวกนั้นมี Fenrir Greyback (มนุษย์หมาป่าที่ร้ายที่สุด) เป็นหัวหน้ากลุ่มเข้าค้นที่พักของแฮร์รี่และเอาพวกแฮร์รี่ไปรวมกับคนอื่นที่เขาจับมาได้นั่นคือดีนโธมัสกับก๊อบลิบกริพฮุค .. และพวกนั้นสงสัยว่านี่คือแฮร์รี่เพราะเห็นรูปเฮอร์ไมโอนี่ในหนังสือพิมพ์เลยคิดจะพาพวกนี้ไปที่บ้านของมัลฟอยเพื่อส่งให้โวลดี้เอาความดีความชอบโดยตรงกับดาร์คลอร์ดแทนที่เอาไปส่งที่กระทรวง

แฮร์รี่เห็นภาพในหัวและเจ็บแผลเป็นเรื่อยภาพที่แฮร์รี่เห็นคือโวลดี้ไปพบพ่อมดคนหนึ่ง ... ที่บ้านมัลฟอยนาร์ซิสซ่ากับลูเซียสให้เดรโก้มาชี้ตัวว่านี่ใช่แฮร์รี่จริงหรือเปล่าเพราะแฮร์รี่รูปร่างหน้าตาเปลี่ยนไปมากจากคาถาของเฮอร์ไมโอนี่ใบหน้าใหญ่เปล่งปลั่งเป็นสีชมพูผมยาวสีดำเกือบถึงไหล่และมีรอยดำแถวขากรรไกรแฮร์รี่เห็นตัวเองในกระจกยังแทบจำตัวเองไม่ได้เดรโก้เองก็บอกไม่ได้ว่านี่คือแฮร์รี่หรือเปล่าซึ่งนาร์ซิสซ่าเองก็ต้องการให้ยืนยันจริงว่าใช่แฮร์รี่ก่อนที่จะเรียกโวลดี้มาไม่งั้นถ้าโวลดี้โกรธอาจจะถูกฆ่าได้เหมือนกับผู้เสพความตายคนอื่น

เมื่อเบลลาทริกซ์ลงมาและเธอเห็นดาบกริฟฟินดอร์เธอก็ตกใจมากและคาดคั้น Greyback ว่าได้ดาบจากไหนเพราะว่าสเนปให้ดาบมาฝากไว้ที่ธนาคารในเซฟของเธอเธอเลยสั่งให้จับทุกคนไปขังไว้ที่ห้องใต้ดินยกเว้นเฮอร์ไมโอนี่ที่เป็นเลือดสีโคลนที่เธอจะทรมานให้บอกข้อมูลเอง

ที่ห้องใต้ดินแฮร์รี่พบกับลูน่าและโอลิแวนเดอร์ที่สภาพอิดโรยลูน่าช่วยพวกแฮร์รี่ปลดเชือกอย่างทุลักทุเลโดยมีรอนใช้ Deluminator ส่องไฟให้ระหว่างนั้นพวกเขาได้ยินเสียงกรีดร้องอย่างทรมานของเฮอร์ไมโอนี่ซึ่งทำให้รอนยิ่งจะเป็นจะตายลูน่าบอกว่านี่เป็นห้องที่ไม่สามารถหายตัวออกไปได้แฮร์รี่จึงต้องยิ่งพยายามคิดหาวิธีออกไปแฮร์รี่ก็ค้นหาของที่พกอยู่กับตัวเผื่อจะช่วยอะไรได้บ้างลูกสนิทช์ไม้กายสิทธิ์ที่พังแล้วและเศษกระจกที่เขาเห็นแสงสีฟ้าเขาเห็นนัยน์ตาสีฟ้าของดัมเบิลดอร์จ้องเขาผ่านมาจากกระจกแฮร์รี่ตะโกนอย่างสิ้นหวังให้ช่วยพวกเขาด้วยดวงตากระพริบแล้วก็หายไปแล้วพวกเขาได้ยินเสียงเบลลาทริกซ์ที่พยายามเค้นความลับจากเฮอร์ไมโอนี่เรื่องว่าพวกเธอเข้าไปเอาดาบในเซฟได้อย่างไงเฮอร์ไมโอนี่บอกว่าพวกเธอไม่เคยเข้าไปในนั้นและดาบตรงนี้คือของปลอมแต่เบลลาทริกซ์ไม่เชื่อจึงให้เดรโก้ไปพากริพฮุคที่เป็นก๊อบลินมายืนยันแฮร์รี่บอกกริพฮุคว่าอย่าบอกพวกนั้นว่าดาบนี้คือของจริง

หลังจากที่เดรโก้ออกไปแล้วก็มีเสียงแคร๊กแล้วด๊อบบี้ก็โผล่ออกมาบอกว่ามันจะมาช่วยแฮร์รี่พอตเตอร์ซึ่งเวทมนต์เอลฟ์ไม่เหมือนเวทมนต์ของพ่อมดพวกมันหายตัวในห้องนี้ได้แฮร์รี่สั่งให้ด๊อบบี้พาลูน่าดีนและโอลิแวนเดอร์ไปที่บ้านของบิลกับเฟลอร์ ... เสียงแคร๊กจากการหายตัวทำให้ลูเซียสสงสัยเรียกหางหนอนให้ลงไปดูแฮร์รี่กับรอนสู้กับหางหนอนรอนจับหางหนอนไว้พอดีกับที่หางหนอนใช้มือสีเงินคว้าคอแฮร์รี่ไว้แฮร์รี่บอกหางหนอนว่าหางหนอนกำลังจะฆ่าเขาทั้งที่เขาเคยช่วยชีวิตหางหนอนไว้และหางหนอนเป็นหนี้แฮร์รี่อยู่นิ้วสีเงินสั่นและปล่อยแฮร์รี่ดวงตาของหางหนอนเบิกกว้างด้วยความกลัวและตกใจจนรอนแย่งไม้กายสิทธิ์เขามาได้พอช่วยตัวเองไม่ได้อีกหางหนอนก็ตาเหลือกด้วยความกลัวมือสีเงินจับเข้าที่ลำคอตัวเองแฮร์รี่ตกใจพยายามจะช่วยแต่ไม่ได้หางหนอนใช้มือสีเงินที่โวลดี้เสกให้บีบคอตัวเองตาย

ตลอดเวลาแฮร์รี่เจ็บแผลเป็นและเห็นภาพโวลดี้กับพ่อมดแก่ที่ไม่ยอมบอกข้อมูลจนโวลดี้โกรธจัดและฆ่าเขาทิ้ง ... กริพฮุคบอกว่าดาบนี่เป็นของปลอมตามที่แฮร์รี่ขอร้องไว้เบลลาทริกซ์กำลังจะมอบเฮอร์ไมโอนี่ให้ Greyback ไปจัดการต่อรอนก็ทนไม่ไหวพุ่งออกมาช่วยเกิดการต่อสู้กันวุ่นวายด๊อบบี้กลับมาช่วยปกป้องแฮร์รี่สุดท้ายแล้วรอนคว้าเฮอร์ไมโอนี่ที่สลบไปแล้วหายตัวไปแฮร์รี่คว้ากริพฮุคที่กอดดาบแน่นแล้วก็ด๊อบบี้เขาพยายามจะหายตัวไปยังบ้านของบิลและเฟลอร์ที่เขาไม่เคยเห็นเลยไปโผล่ที่ไหนก็ไม่รู้มือของด๊อบบี้ขยับและพาพวกเขาหายตัวไปยังบ้านของบิลกับเฟลอร์

เมื่อปลอดภัยแล้วแฮร์รี่ก็พบว่าที่อกของด๊อบบี้มีมีดสั้นของเบลลาทริกซ์ปักอยู่คำพูดสุดท้ายของมันคือแฮร์รี่พอตเตอร์

Note : -
สาวกแฮร์รี่เดรโก้จำบทนี้ดีนะคะถ้าเอาไปเขียนฟิคได้อิอิ

บทที่ 24 - The Wandmaker

แฮร์รี่รู้สึกเหมือนกำลังฝันร้ายคล้ายตอนที่ดัมเบิลดอร์ตายเขาพยายามเรียกด๊อบบี้แม้จะรู้ว่าด๊อบบี้จากไปแล้วเขารู้สึกอยากจะฝังศพให้ด๊อบบี้จึงถามบิลว่ามีที่ไหนได้บ้างแฮร์รี่ขุดหลุมด้วยตัวเองโดยไม่ใช้เวทมนต์ใช้ความโกรธและแรงของตนเองและมอบหยาดเหงื่อเป็นของขวัญให้ด๊อบบี้ที่ช่วยชีวิตตนเอาไว้ทุกคนออกมาเอ่ยคำอำลาด๊อบบี้เป็นครั้งสุดท้ายแฮร์รี่สลักหินสีขาวแทนป้ายหลุมศพว่า Here Lies Dobby, A Free Elf

ในบ้านพวกเขากำลังปรึกษากันว่าจะเอาไงต่อแฮร์รี่บอกว่าเขาต้องการคุยกับกริพฮุคและโอลิเวนเดอร์ก่อนจะย้ายพวกเขาไปที่อื่นระหว่างที่แฮร์รี่ไปทำความสะอาดตัวเองเขาครุ่นคิดถึงสิ่งที่ดัมเบิลดอร์เคยบอกว่าความช่วยเหลือจะหาได้ที่ฮอกวอกต์สำหรับคนที่ต้องการมันแฮร์รี่สงสัยว่าใครส่งด๊อบบี้มานัยน์ตาสีฟ้าในกระจกที่มองเขาคือใครดัมเบิลดอร์ให้ Deluminator กับรอนเพราะรู้ว่ารอนต้องหาทางกลับมาช่วยเขาและดัมเบิลดอร์ก็รู้ว่าหางหนอนยังรู้สึกเสียใจอยู่แน่

แฮร์รี่พารอนกับเฮอร์ไมโอนี่ไปหากริพฮุคซึ่งมันจำแฮร์รี่ได้เพราะมันเป็นก๊อบลินที่พาแฮร์รี่ไปยังเซฟในครั้งแรกที่แฮร์รี่ไปที่กริงกอตส์มันก็เห็นแฮร์รี่ฝังด๊อบบี้โดยไม่ได้ใช้เวทมนต์และรู้ดีว่าแฮร์รี่ช่วยชีวิตมันกริพฮุคบอกว่าแฮร์รี่เป็นพ่อมดที่แปลกแฮร์รี่ขอให้กริพฮุคช่วยเพราะเขาต้องการจะไปปล้นเซฟที่กริงกอตส์แน่นอนทุกคนตกใจและคิดว่าเป็นไปไม่ได้แต่แฮร์รี่บอกว่าครั้งหนึ่งมีคนทำได้กริพฮุคระลึกแฮร์รี่ถึงคำเตือนถึงพวกหัวขโมยที่ต้องการสมบัติแต่แฮร์รี่แย้งว่าเขาไม่เคยต้องการสมบัติเพื่อความมั่งคั่งของตนเองและขอให้กริพฮุคเชื่อและช่วยเขากริพฮุคบอกว่าถ้าจะให้เชื่อใครสักคนที่ไม่คิดถึงผลประโยชน์ของตัวเองคนนั้นคงเป็นแฮร์รี่เพราะทั้งก๊อบลินหรือเอลฟ์ต่างไม่เคยถูกปกป้องและได้รับความนับถือแบบที่แฮร์รี่ในคืนนี้ที่ฝังศพด๊อบบี้และดีต่อเขาและเมื่อพวกดาร์คลอร์ดทรงอำนาจอีกพวกถือไม้กายสิทธิ์ก็ยังคงอยู่เหนือกว่าพวกมันกริงกอตส์ตกอยู่ใต้อำนาจพ่อมดเอลฟ์ประจำบ้านถูกสังหารและไม่มีใครคอยปกป้องเฮอร์ไมโอนี่แย้งขึ้นมาว่าพวกเธอจะปกป้องเองเพราะเธอเองก็เป็นเลือดสีโคลนซึ่งไม่ต่างจากพวกมันยกเรื่องที่แฮร์รี่ปล่อยด๊อบบี้เป็นอิสระและเรื่องที่เธอสนับสนุนการยกเลิกการข่มเหงเอลฟ์ประจำบ้านกริพฮุคสงสัยว่าแฮร์รี่ต้องการอะไรในเซฟนั้นเพราะพวกเขามีดาบจริงอยู่แล้วแฮร์รี่แน่ใจว่าในเซฟนั้นต้องมี Horcrux อยู่แน่เพราะเบลลาทริกซ์แทบคลั่งเมื่อรู้ว่าเซฟถูกเปิดแฮร์รี่ขอให้กริพฮุคช่วยซึ่งมันบอกว่าขอคิดดูก่อน

แล้วแฮร์รี่ก็ไปพบโอลิเวนเดอร์ที่ยังอิดโรยอยู่แฮร์รี่รู้ว่าเขาถูกขังมากกว่าหนึ่งปีและถูกทรมานมามากกว่าหนึ่งครั้งเขาบอกว่าไม้กายสิทธิ์ของแฮร์รี่ไม่สามารถซ่อมได้และแฮร์รี่ถามเรื่องการที่ไม้กายสิทธิ์เลือกเจ้าของแฮร์รี่แย่งไม้กายสิทธิ์ของเดรโก้มาและเขาไม่แน่ใจว่าจะใช้มันอย่างปลอดภัยได้หรือเปล่าโอลิเวนเดอร์บอกว่าไม่น่ามีปัญหาเพราะไม้จะทำตามความตั้งใจของเจ้านายคนใหม่แฮร์รี่ถามโอลิเวนเดอร์หลายเรื่องเกี่ยวกับไม้กายสิทธิ์และรู้ข้อมูลหลายอย่างการชิงไม้ไม่จำเป็นต้องสังหารเจ้าของคนเดิมเรื่องไม้กายสิทธิ์ในตำนานที่ผ่านมือโดยการฆ่าและโวลดี้ที่เคยใช้ไม้กายสิทธิ์สู้กับแฮร์รี่แล้วกลายเป็นการเชื่อมต่อกันแทนจนเขาต้องการหาไม้อันใหม่ที่ทรงพลังกว่าแฮร์รี่ถามว่าโอลิเวนเดอร์เป็นคนบอกโวลเดอมอร์ว่า Gregorovitch เป็นคนที่มี Elder Wand ซึ่งโอลิเวนเดอร์ก็ยอมรับว่ามันเป็นข่าวลือแต่ Gregorovitch เองเป็นคนปล่อยข่าวนี้และก็พยายามสร้างไม้กายสิทธิ์ที่ทรงพลังเลียนแบบ Elder Wand คำถามสุดท้ายของแฮร์รี่ที่ถามคือโอลิเวนเดอร์รู้จัด Deathly Hallows ไหมซึ่งโอลิเวนเดอร์ไม่รู้จัก

แฮร์รี่ประติดประต่อเรื่องเอง Gregorovitch ได้ Elder Wand ตอนหลัง Grindelwald ขโมยไปและมีอำนาจมากขึ้นจนดัมเบิลดอร์เข้ามาจัดการเขาจนชนะและดัมเบิลดอร์ก็ได้ Elder Wand ไปขณะนี้ไม้อยู่ฮอกวอกต์และแฮร์รี่ก็เข้าใจว่าเฮอร์ไมโอนี่พูดถูกดัมเบิลดอร์ให้แฮร์รี่ไปตามหา Horcruxes และไม่ได้ต้องการให้แฮร์รี่ใช้ Elder Wand

สเนปพาโวลเดอมอร์ไปที่ทะเลสาปและกลับไปโวลเดอมอร์ไปยังหลุมศพสีขาวของดัมเบิลดอร์ทำลายหลุมศพและเอาไม้กายสิทธิ์มาครองในที่สุด

บทที่ 25 - Shell Cottage

กริพฮุคตกลงที่จะยอมช่วยพวกแฮร์รี่โดยมีข้อแลกเปลี่ยนคือเขาต้องการดาบกริฟฟินดอร์แฮร์รี่ปรึกษากับรอนและเฮอร์ไมโอนี่เพราะพวกเขายังคงต้องการใช้ดาบเลยตกลงกันว่าจะยอมรับข้อตกลงของกริพฮุคแต่จะไม่บอกว่าจะมอบดาบให้เมื่อไรโดยแฮร์รี่คิดว่าดาบจะมอบให้หลังจากที่พวกเขาทำลาย Horcruxes หมดแล้วนานวันเข้าที่พวกเขาหลบซ่อนตัวที่บ้านหลังนี้แฮร์รี่และเพื่อนก็เริ่มไม่ชอบก๊อบลินและรู้สึกอึดอัดเวลามีกริพฮุคอยู่ด้วยแต่ยังไงพวกเขาก็ยังต้องการความช่วยเหลือจากกริพฮุคอยู่ดีบิลพาโอลิเวนเดอร์ไปส่งที่บ้านป้า Muriel เฟลอร์ฝากเทียร่าที่เธอสวมในวันแต่งงานให้คืนป้า Muriel ซึ่งเมื่อกริพฮุคเห็นเทียร่าก็ส่งสายตาละโมบใส่และพึมพำว่าก๊อบลินเป็นคนทำเทียร่าอันนี้ขึ้น

ลูปินเข้ามาบอกข่าวเรื่องลูกชายที่เพิ่งเกิดของเขาตั้งชื่อว่าเท็ดดี้ตามพ่อของท๊องค์ทุกคนต่างยินดีกับข่าวนี้ลูปินขอให้แฮร์รี่เป็นพ่อทูนหัวให้ลูกชายเขาและเหมือนจะลืมเรื่องขัดแย้งที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้หมดสิ้น

เมื่ออยู่ตามลำพังบิลเตือนแฮร์รี่เรื่องกริพฮุคเขาเคยทำงานกับพวกก๊อบลินและรู้จักพวกนี้ดีที่สุดโดยเฉพาะเรื่องการทำสัญญากับพวกก๊อบลินบิลเตือนให้แฮร์รี่ระวังตัวให้ดีและบอกว่าพวกก๊อบลินคิดว่าทุกสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นจะเป็นของผู้ที่สร้างไม่ใช่ผู้ที่ซื้อสิ่งที่ก๊อบลินสร้างขึ้นพวกมันมองว่าเป็นของพวกมันแต่แฮร์รี่ไม่ได้บอกบิลว่าพวกเขาทำสัญญาอะไรกับก๊อบลิน

บทที่ 26 - Gringotts

พวกเขาวางแผนกันเรียบร้อยแล้วในเช้าตรู่เฮอร์ไมโอนี่ใช้น้ำยาสพพรรสปลอมตัวเป็นเบลลาทริกซ์โดยใช้เส้นผมสีดำที่ติดอยู่กับเสื้อสเวเตอร์ที่เธอใส่ในบ้านมัลฟอยและถือไม้กายสิทธิ์ของเบลลาทริกซ์รอนถูกเฮอร์ไมโอนี่ใช้คาถาปลอมตัวให้และใช้ชื่อปลอมโดยที่แฮร์รี่กับกริพฮุคซ่อนอยู่ใต้ผ้าคลุมล่องหน

ที่ตรอกไดแอกอนระหว่างทางไปกริงกอตส์พวกเขาพบกับ Travers ผู้เสพความตายคนหนึ่งที่เข้ามาทักเบลลาทริกซ์และไปที่กริงกอตส์พร้อมกันกริพฮุคเตือนแฮร์รี่ว่าพวกนั้นน่าจะบอกก๊อบลินแล้วว่าไม้กายสิทธิ์ของเบลลาทริกซ์ถูกขโมยไปแฮร์รี่จึงใช้คาถา Imperio สะกดใจ Travers และก๊อบลิน Bogrod เพื่อช่วยเฮอร์ไมโอนี่เมื่อประตูถูกปิดลงแฮร์รี่ก็เก็บผ้าคลุมล่องหนและบอกว่าทุกคนว่าทั้ง Travers และ Bogrod ถูกคาถาสะกดใจและเตือนว่าพวกนั้นสงสัยพวกเขาแล้วแฮร์รี่นึกถึงคำพูดของเบลลาทริกซ์ว่าการใช้คำสาปต้องห้ามพวกนี้เขาต้องตั้งใจหมายความเช่นนั้นด้วยคำสาปถึงจะได้ผล

พวกเขานั่งรถรางเข้าไปด้านในและผ่านน้ำตกรถรางสลัดพวกเขาตกและพุ่งชนกำแพงเฮอร์ไมโอนี่กับรอนกลับสู่ร่างเดิมเพราะคาถา Cushioning ในน้ำตกที่จะล้างคาถาทั้งหมดเพื่อความปลอดภัยแฮร์รี่จึงใช้คาถาสะกดใจ Bogrod อีกครั้งเพราะต้องใช้ก๊อบลินในการเปิดเซฟระหว่างทางพวกเขาพบมังกรตาฝางตัวหนึ่งซึ่งกริพฮุคบอกว่ามันจะไม่ทำอะไรเวลามี Clankers มาด้วย

พวกเขาเข้าไปในเซฟและพยายามหาถ้วยของฮัฟเฟิลพัฟเขาเห็นดาบกริฟฟินดอร์เล่มปลอมในนั้นด้วยของในนั้นต้องสาปเฮอร์ไมโอนี่แตะถ้วยอันหนึ่งซึ่งเผามือเธอจากนั้นก็เพิ่มจำนวนขึ้นเต็มไปหมดแล้วแฮร์รี่ก็เห็นถ้วยอยู่ตรงกองสมบัติที่สูงเกือบถึงเพดานเฮอร์ไมโอนี่เสกคาถาให้แฮร์รี่ลอยขึ้นไปยังเสื้อเกราะซึ่งมันก็เพิ่มจำนวนอีกจนกลบพวกเขาแทบมิดแฮร์รี่ส่งกริพฮุคให้ดาบเขาไปเกี่ยวถ้วยลงมา

แล้วตอนนั้นแฮร์รี่ก็เข้าใจว่ากริพฮุคก็รู้ดีว่าพวกแฮร์รี่ไม่คิดจะรักษาคำพูดกริพฮุคจึงโยนดาบไปไกลเกินแฮร์รี่เอื้อมถึงถ้วยกระเด็นตกมาแฮร์รี่คว้าถ้วยได้ทันแต่ดาบถูกกริพฮุคเอาไปแล้วและมันก็วิ่งหนีไปรวมกับพวกก๊อบลินและพ่อมดที่เข้ามาจับพวกแฮร์รี่และตะโกนว่าขโมยช่วยด้วย

พวกแฮร์รี่พยายามหนีแฮร์รี่เรียกรอนกับเฮอร์ไมโอนี่ขึ้นไปบนหลังมังกรแล้วก็ยิงคาถาจนโซ่ล่ามมังกรขาดมังกรจัดการกับพวกพ่อมดที่เข้ามาขวางเฮอร์ไมโอนี่ยิงคาถาทำลายทางออกให้กว้างขึ้นจนมังกรบินหนีขึ้นไปบนฟ้าได้

บทที่ 27 - The Final Hiding Place

เจ้ามังกรไม่รู้เลยว่ามีคนอยู่บนหลังมันเพราะมันกำลังยินดีกับอิสรภาพเมื่อมันบินต่ำพวกแฮร์รี่จึงรีบกระโดดลงน้ำก่อนที่มังกรจะรู้ว่าพวกเขาเกาะหลังมันมาพวกเขาพักเหนื่อยรักษาแผลเฝ้ามองมังกรกินน้ำอย่างมีความสุขอีกด้านและคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพวกเขาได้ Horcrux มาแต่เสียดาบไปและพวกเขาเพิ่งปล้นธนาคารมาหมาดซึ่งทำให้พวกเขาหัวเราะออกมาได้

แล้วแฮร์รี่ก็รู้สึกถึงความโกรธของโวลเดอมอร์เมื่อรู้ว่าเซฟของเบลลาทริกซ์ถูกปล้นจนฆ่าก๊อบลินที่มาส่งข่าวจนตายเรียบโวลเดอมอร์เริ่มสงสัยว่าพวกแฮร์รี่จะรู้เรื่อง Horcruxes แล้วจริงอยู่ว่าเขาไม่รู้ว่าไดอารี่ถูกทำลายแต่เขาคิดว่าตอนนั้นเขายังไม่มีร่างทำให้ตอนนี้เขายิ่งห่วงความปลอดภัยของ Horcruxes อื่นเขาซ่อนแหวนไว้ในบ้านเก่าของ Gaunt ซึ่งไม่น่าจะมีใครรู้ว่าเขาเป็นญาติกับ Gaunt แหวนน่าจะปลอดภัยส่วนล็อคเก็ตในถ้ำทะเลสาบก็ไม่น่ามีใครจะสืบรู้ส่วน Horcrux ที่ฮอกวอกต์ก็น่าจะปลอดภัยส่วนนากินี่เขาจะเรียกมันมาอยู่ข้าง

แฮร์รี่ลืมตาและบอกเพื่อนว่าโวลเดอมอร์รู้แล้วว่าพวกเขากำลังตามล่า Horcruxes อยู่และ Horcrux อันที่เหลืออยู่ที่โรงเรียนพวกเขาซ่อนตัวใต้ผ้าคลุมและหายตัวไปที่ Hogsmeade

Note: -
แหวนถูกดัมเบิลดอร์ทำลายไปแล้วในเล่มหก
-
โวลเดอมอร์เพิ่มรู้ว่าพวกแฮร์รี่รู้เรื่อง Horcruxes ... ในเล่มหกแฮร์รี่กับดัมเบิลดอร์สืบหา Horcruxes และประวัติของโวลเดอมอร์จากความทรงจำของคนหลายคนผ่านเพนซีป

บทที่ 28 - The Missing Mirror

พวกเขามายัง Hogsmeade และทันทีที่เขามาถึงอากาศแถวนั้นก็แปลกไปผู้เสพความตายวิ่งกรูออกมาจากร้านไม้กวาดสามอันราวกับรู้ว่าพวกเขามาถึงแล้วทั้งที่อยู่ใต้ผ้าคลุมล่องหนพวกมันพยายามให้คาถาเรียกผ้าคลุมเพราะรู้ว่าพวกเขาต้องหายตัวอยู่แน่แต่คาถาใช้ไม่ได้ผลกับผ้าคลุมพวกแฮร์รี่พยายามจะหายตัวหนีแต่ก็ไม่ได้ผลพวกผู้เสพความตายจึงเรียก Dementors มาแฮร์รี่เลยเสกผู้พิทักษ์ไล่ Dementors ไปตามแผนของพวกมันซึ่งก็รีบวิ่งลงมายังแถวที่แฮร์รี่เพิ่งเสกคาถาแต่ทันใดนั้นก็มีเสียงหนึ่งเรียกพวกแฮร์รี่ให้เข้าไปในประตูหนึ่งและไล่ขึ้นไปข้างบนแฮร์รี่เพิ่งรู้ว่านี่คือโรงแรม Hog's Head พวกเขารีบขึ้นไปข้างบนและเฝ้ามองจากหน้าต่างชั้นบนเห็นเจ้าของโรงแรมกำลังเถียงกับพวกผู้เสพความตายอยู่แฮร์รี่ถึงรู้ว่าตอนนี้ที่นี่มีเคอร์ฟิวอยู่เจ้าของโรงแรมบอกว่าผู้พิทักษ์ที่พวกนั้นเห็นคือผู้พิทักษ์ในร่างแพะของเขาเอง

เจ้าของโรงแรมนั้นคือ Aberforth น้องชายของดัมเบิลดอร์แฮร์รี่รู้ว่า Aberforth เป็นคนส่งด๊อบบี้ไปช่วยพวกเขาและเห็นกระจกอีกส่วนของซีเรียสใต้รูปภาพหญิงสาวแฮร์รี่บอกว่าพวกเขาต้องการเข้าไปในฮอกวอกต์แต่ Aberforth บอกให้เลิกคิดและให้พวกแฮร์รี่ไปไกลจากที่นี่

เขาเล่าเรื่องของดัมเบิลดอร์ในสมัยก่อนชี้ให้ดูรูปภาพหญิงสาวซึ่งก็คือ Ariana น้องสาวของพวกเขา Aberforth เล่าว่าเมื่อ Ariana อายุหกขวบเธอยังเด็กและควบคุมพลังไม่ได้เธอถูกเด็กหนุ่มมักเกิ้ลสามคนทำร้ายเพราะเขาเคยเห็นเธอใช้เวทมนต์แล้วเธอก็ควบคุมมันไม่ได้อีกเธอเลยไม่ใช้พลังและมันทำให้เธอคลั่งพลังระเบิดออกมาเมื่อเธอไม่สามารถควบคุมได้พ่อของพวกเขาไปจัดการเด็กหนุ่มสามคนนั้นจนถูกจับและเอาไปขังที่อัซคาบันพ่อเขาไม่เคยพูดเลยว่าเพราะอะไรเขาไม่อยากให้ทางกระทรวงรู้ไม่งั้นลูกสาวจะต้องถูกจับขังใน St. Mango และถูกประกาศว่าเป็นบุคคลอันตรายต่อความมั่นคงเพราะเธอควบคุมพลังไม่ได้แม่และ Aberforth คอยดูแลเธอโดนเฉพาะ Aberforth ที่เธอไว้ใจและรักมากที่สุดแต่ดัมเบิลดอร์ส่วนมากจะเก็บตัวในห้องอ่านหนังสือและเขียนจดหมายหาคนที่มีชื่อเสียงในสมัยนั้นเรื่องเกิดขึ้นเมื่อ Aberforth ไม่อยู่แล้วเธอก็คุมพลังไม่ได้แม่ก็เอาไม่อยู่จนแม่ตายดัมเบิลดอร์เลยต้องหยุดการเดินทางท่องเที่ยวกับ Elphias Doge มาดูแลบ้านในฐานะหัวหน้าครอบครัว

Aberforth
ต้องการเลิกเรียนกลับมาดูแลน้องแต่ดัมเบิลดอร์ไม่ยอมเขาดูแลเธอไม่ให้ระเบิดบ้านพังจนกระทั่ง Grindelwald เข้ามาพูดคุยกับดัมเบิลดอร์ในหลายเรื่องทั้งระเบียบของสังคมพ่อมดเรื่อง Hallows และทุกสิ่งที่พวกเขาสนใจท้ายที่สุดพวกเขาทั้งสามทะเลาะกันเรื่องของ Ariana ... Grindelwald ใช้คำสาปกรีดแทงใส่ Aberforth และดัมเบิลดอร์พยายามหยุดและพวกเขาก็สู้กันซึ่งทำให้ Ariana ทนไม่ได้จนระเบิดพลังออกมา Aberforth บอกว่าเธอเพียงต้องการจะช่วยแต่เธอเพียงไม่รู้ว่าเธอกำลังอะไรอยู่เขาไม่แน่ใจว่าใครเป็นคนทำรู้อีกทีเธอก็ตายแล้ว Grindelwald หนีไปดัมเบิลดอร์เป็นอิสระตลอดกาล

แต่แฮร์รี่แย้งว่าดัมเบิลดอร์ไม่เคยมีอิสระเลยและเล่าว่าถึงคำพูดตอนที่ดัมเบิลดอร์ดื่มน้ำยาในคืนที่เขาตายว่าดัมเบิลดอร์คงยังระลึกถึงตอนที่เขาเห็น Grindelwald กำลังทำร้ายน้องอยู่และแฮร์รี่ก็บอกว่าเขาจะไม่หยุดจนกว่าจะล้มโวลเดอมอร์ได้ ... Aberforth เดินไปยังรูปภาพ Ariana บอกว่าเธอรู้ว่าต้องทำยังไง .. หญิงสาวในภาพหันหลังและเดินจากไปซึ่งไม่เหมือนภาพอื่นเวลาเดินทางไปยังกรอบรูปอันอื่น .. มันเหมือนเป็นอุโมงค์ยาวมืด .. Aberforth บอกว่าทุกทางมียามเฝ้าแล้วมีเพียงทางนี้ทางเดียวสักพัก Ariana ก็กลับมาพร้อมกับพาเนวิลล์มาด้วยรูปภาพเปิดออกและเนวิลล์ก็กระโดดออกมาอย่างดีใจสุดขีดที่ได้พบพวกแฮร์รี่อีกครั้ง

บทที่ 29 - The Lost Diadem

ระหว่างที่เนวิลล์พาพวกเขาเดินผ่านอุโมงค์หลังภาพเขาก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟังว่าที๋โรงเรียนเปลี่ยนไปมากยิ่งกว่าตอนที่อัมบริดจ์มาคุมเสียอีก Amycus Carrows สอนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดซึ่งกลายเป็นสอนวิชาการใช้ศาสตร์มืดจริงโดยให้ฝึกคาถากรีดแทงเอาไว้ทำโทษคนอื่นส่วน Alecto Carrows สอนมักเกิ้ลศึกษาก็เอาแต่ว่ามักเกิ้ลเป็นดั่งสัตว์โง่เง่าและสกปรกซึ่งเนวิลล์ก็ถูกพวกนั้นทำโทษบ่อยจนมีแผลเต็มไปหมดมีนักเรียนบางส่วนต่อต้านเขาซึ่งเมื่อจินนี่ไม่ได้กลับมาหลังคริสมาสเนวิลล์ก็เหมือนกลายเป็นหัวหน้ากลุ่มไปและถูกพวกพี่น้อง Carrows จับตามองตลอดจนไม่นานมานี้พวกนั้นถึงไปลงที่คุณยายของเนวิลล์แต่พวกนั้นคาดไม่ถึงว่าแม่มดแก่จะมีพิษสงอะไรมากมายแต่คุณยายของเนวิลล์เล่นงานผู้เสพความตายคนหนึ่งเข้า St. Mungo จนป่านนี้ยังไม่หายเจ็บเลยคุณยายกำลังหลบหนีอยู่และส่งจดหมายมาหาเนวิลล์ชื่นชมเขาว่าสมเป็นลูกของพ่อแม่และเธอภูมิใจในตัวเนวิลล์มาก

เนวิลล์พาแฮร์รี่ทะลุไปยังอีกด้านของรูปภาพนั่นคือ Room of Requirements ที่มีเพื่อนรออยู่หลายคนซึ่งลูน่าดีนจินนี่เฟร็ดจอร์จลีและโชตามมาสมทบอีกพวกเขาทุกคนต้องการจะช่วยแฮร์รี่แต่แฮร์รี่ยังคงไม่แน่ใจและยังไม่ยอมบอกว่าเขากลับมาที่นี่เพื่อหา Horcrux รอนกับเฮอร์ไมโอนี่เห็นด้วยที่จะให้เพื่อนช่วยแม้จะไม่ได้บอกคนอื่นว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงคืออะไรแฮร์รี่จึงบอกเพื่อนว่าเขามาที่นี่เพื่อหาของสิ่งหนึ่งที่จะช่วยทำลายโวลเดอมอร์และอาจอยู่ในส่วนที่พักของเรเวนคลอมันคืออะไรสักอย่างที่มีนกอินทรีของเรเวนคลอซึ่งลูน่าก็ให้ความเห็นว่ามันคือ Lost Diadem ของเรเวนคลอ .. โชแชงบอกว่ามันสูญหายไปนานแล้วแต่ถ้าเขาอยากเห็นว่า Diadem เป็นยังไงเธอจะพาไปดูที่รูปปั้นในห้องนั่งเล่นของเรเวนคลอ ... จินนี่เสนอให้ลูน่าเป็นคนพาแฮร์รี่ไปแทน

ใต้ผ้าคลุมล่องหนแฮร์รี่เปิดแผนที่และขึ้นไปยังห้องนั่งเล่นเรเวนคลอและเห็นรูปปั้นกับ Diadem ที่เป็นรัดเกล้าหินอ่อนมีคำจารึกเล็กสลักอยู่แฮร์รี่เลยออกจากผ้าคลุมและปีนขึ้นไปอ่านได้ความว่า "Wit beyoud measure is man's greatest treasure." ทันใดนั้นเขาได้ยินเสียงจนตกใจหล่นลงมากับพื้นและพบ Alecto Carrows ยืนค้ำหัวอยู่และกดนิ้วไปยังรอยสักมารบนแขน

Note : -
บทนี้เนวิลล์เจ๋งค่ะลุกเถียงอาจารย์บ่อยจนโดนทำโทษแต่ที่เจ๋งกว่าคือคุณยายเนวิลล์ค่ะ
-
ไมเคิลคอร์เนอร์ถูกทำโทษหนักเพราะช่วยนักเรียนที่ถูกล่ามเอาไว้

บทที่ 30 - The Sacking of Severus Snape

ขณะที่ Alecto กดนิ้วที่รอยสักลูน่าก็เสกคาถาใส่จน Alecto สลบแฮร์รี่เรียกลูน่ามาซ่อนใต้ผ้าคลุมทันก่อนที่เด็กบ้านเรเวนคลอจะลงมา Amycus กับมักกอนนากัลเข้ามาในห้องนั่งเล่นซึ่ง Amycus โกรธมากที่เห็นน้องสาวถูกสาปและขู่ว่าจะใช้คำสาปกรีดแทงให้เด็กบอกว่าใครเป็นคนทำเขาหวั่นว่าโวลเดอมอร์จะโกรธที่ถูกเรียกมาและจับแฮร์รี่ไม่ได้พวกเขาจะถูกลงโทษหนักแต่เขาจะป้ายความผิดให้เด็กและทำโทษเด็กแทนมักกอนนากัลบอกว่าเธอจะไม่ยอมให้เขาทำร้ายเด็กอีก Amycus บอกว่าเวลาของมักกอนนากัลหมดแล้วและพวกเขาก็ควบคุมที่นี่จากนั้นก็ถ่มน้ำลายใส่ทำให้แฮร์รี่โกรธมากจนใช้คำสาปกรีดแทงใส่ Amycus จนกระเด็นไปกระแทกกำแพงสลบแล้วแฮร์รี่ก็เข้าใจว่าคำสาปพวกนี้เขาต้องหมายความเช่นนั้นจริง

มักกอนนากัลตกใจมากที่เห็นแฮร์รี่ที่นี่แฮร์รี่บอกว่าเขาต้องหา Diadem ของเรเวนคลอเขาต้องทำตามคำสั่งของดัมเบิลดอร์และจะไม่หนีออกไปจากที่นี่โวลเดอมอร์กำลังจะมามักกอนนากัลเข้าใจสถานการณ์เธอจะปกป้องโรงเรียนและให้แฮร์รี่ซ่อนตัวในผ้าคลุม

พวกเขาพบสเนปที่ถูกเรียกออกมาเพราะ Alecto ส่งข่าวผ่านรอยสักว่าพบแฮร์รี่แล้วและคาดคั้นมักกอนนากัลว่าพบแฮร์รี่แล้วใช่ไหมพวกเขาสู้กันอาจารย์คนอื่นออกมาช่วยมักกอลนากัลท้ายที่สุดสเนปหลบหนีไปมักกอลนากัลแจ้งข่าวเรื่องโวลเดอมอร์กำลังจะมาเพื่อนอาจารย์ตกลงจะปกป้องโรงเรียนแฮร์รี่ถามฟวิตวิกถึง Diadem ของเรเวนคลอแต่เขาบอกว่ามันสูญหายไปนานแล้ว

ระหว่างที่อาจารย์ประจำบ้านเรียกนักเรียนไปที่ห้องโถงแฮร์รี่กลับไปยัง Room of Requirement พบว่าขณะนี้มีคนอื่นมาชุมนุมกันคับคั่งอาเธอร์มอลลี่คนในภาคีและเพื่อนแม้แต่เพอร์ซี่จินนี่อยากจะสู้ด้วยแต่มอลลี่ไม่ยอมเพราะเธออายุต่ำกว่าเกณฑ์พวกเขาลงมารวมที่ห้องโถงแฮร์รี่ไม่เห็นรอนกับเฮอร์ไมโอนี่ซึ่งจินนี่บอกว่าพวกเขาลงไปที่ห้องน้ำ

บทที่ 31 - The Battle of Hogwarts

ที่ห้องโถงมักกอนนากัลบอกทุกคนเรื่องเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นและยอมให้เด็กที่สมัครใจอยู่ช่วยสู้ด้วยแต่คนที่อายุไม่ถึงให้หนีไปช่องทางทะลุไปที่ Hogsmeade ระหว่างนั้นเสียงของโวลเดอมอร์ก็ดังขึ้นบอกว่าให้ส่งแฮร์รี่มาให้เขาภายในเที่ยงคืน

แฮร์รี่ครุ่นคิดถึง Diadem ว่ามันจะอยู่ที่ไหนได้บ้างจากข่าวของนิคหัวเกือบขาดเขาไปหา The Grey Lady ผีประจำบ้านเรเวนคลอเธอคือลูกสาวของเรเวนคลอแฮร์รี่ยืนยันว่าเขาไม่ต้องการใส่มันหรือครอบครองมันแต่เพียงต้องใช้มันล้มล้างโวลเดอมอร์เธอเล่าว่าเธอเป็นคนขโมย Diadem ของแม่และหนีไปจากนั้นแม่ของเธอก็ป่วยจึงส่งชายที่เคยปรารถนาเธอมาตามแต่เธอไม่ยอมกลับเขาจึงโกรธมากและฆ่าเธอเมื่อเขารู้สึกตัวจึงฆ่าตัวตายตามเขาคนนั้นคือบารอนเลือดผีประจำบ้านสลิธีริน Diadem ถูกซ่อนไว้ในต้นไม้ที่อัลเบเนียและเธอเคยเล่าเรื่องนี้ให้ริดเดิ้ลฟัง

แฮร์รี่ไม่คิดว่าโวลเดอมอร์จะซ่อน Diadem ไว้ในป่าอัลเบเนียจากนั้นเขาก็คิดออกว่าริดเดิ้ลคงซ่อน Diadem ไว้ในปราสาทในวันที่เขากลับมาขอทำงานที่โรงเรียนและเขาต้องซ่อนมันระหว่างทางไปยังไปยังห้องทำงานดัมเบิลดอร์แน่

ระหว่างทางแฮร์รี่พบเพื่อนที่จุดต่างกำลังป้องกันปราสาทและพบรอนกับเฮอร์ไมโอนี่พวกเขาเพิ่งกลับมาจากห้องแห่งความลับและทำลายถ้วยไปแล้วด้วยเขี้ยวบาซิลิสแฮร์รี่บอกว่าเขารู้แล้วว่า Diadem อยู่ไหนมันถูกซ่อนในที่เขาเคยซ่อนหนังสือปรุงยาเล่มเก่าที่เด็กนักเรียนซ่อนของไว้โดยที่อาจารย์แม้แต่ดัมเบิลดอร์ไม่รู้

พวกเขากลับไปที่ Room of Requirement ขอให้จินนี่ออกมาก่อนเพราะเขาต้องใช้ห้องนั้นก่อนเข้าไปรอนนึกถึงพวกเอลฟ์ประจำบ้านบอกว่าต้องให้พวกนั้นหนีไปเพราะเขาไม่ควรสั่งให้พวกนั้นออกมาสู้ตายเพื่อพวกเขาซึ่งทำให้เฮอร์ไมโอนี่ซึ้งใจมากถึงกับกระโดดจูบรอนเลยทีเดียว

แฮร์รี่ขึ้นไปหน้าห้องบอกว่าเขาต้องการสถานที่ทุกสิ่งถูกซ่อนเอาไว้เดรโก้แครปและกอยล์อยู่ที่นั้นพวกเขาต่อสู้กันเดรโก้ตะโกนเตือนไม่ให้ฆ่าแฮร์รี่แต่เพื่อนไม่ฟังแครปใช้คาถาเสกไฟที่กลายเป็นสัตว์ประหลาดอาละวาดจนควบคุมไม่ได้พวกเขาทั้งหมดจึงหนีตายกันออกมาพวกแฮร์รี่ขึ้นไม้กวาดกำลังจะหนีจากกองเพลิงแฮร์รี่กลับไปข่วยพวกมัลฟอยเฮอร์ไมโอนี่ลากกอยล์ขึ้นไม้กวาดส่วนเดรโก้กระโดดขึ้นหลังแฮร์รี่ช่วงที่บินหนีแฮร์รี่คว้า Diadem ไว้ได้ทันและหนีออกจาห้องนั้นได้พอดี Diadem ถูกทำลายเพราะ Fiendfyre ที่แครปเสกออกมา Horcrux ที่เหลืออยู่ตอนนี้คืองูนากินี่เท่านั้น

พวกเขาวิ่งออกมาข้างนอกเห็นเพอร์ซี่กับเฟร็ดกำลังสู้กับ Thicknesse แล้วก็เกิดระเบิดขึ้นจนพวกเขาล้มระเนระนาดเมื่อแฮร์รี่ลุกขึ้นเขาก็เห็นเพอร์ซี่เขย่าร่างไร้วิญณาณของเฟร็ดที่ดวงตานิ่งค้างแววตามองไม่เห็นสิ่งใดอีก

Note : -
แครปตาย

บทที่ 32 - The Elder Wand

การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อแมงมุมยักษ์จากป่าต้องห้ามหลุดเข้ามาด้วยแต่แฮร์รี่ให้คาถาซัดพวกมันออกไปรอนกำลังอยากแก้แค้นพวกผู้เสพความตายที่ฆ่าเฟร็ดแต่แฮร์รี่กับเฮอร์ไมโอนี่เตือนว่าพวกเขาต้องตามหาและฆ่างูที่เป็น Horcrux ให้ได้เฮอร์ไมโอนี่ให้แฮร์รี่เข้าไปดูในจิตใจของโวลเดอมอร์และก็รู้ว่าตอนนี้โวลเดอมอร์อยู่ที่เพิงโหยหวนลูเซียสกำลังขอให้โวลเดอมอร์ยกโทษให้ลูกชายและขอลงไปสู้เองแต่โวลเดอมอร์รู้ทันและบอกว่าลูเซียสแค่ต้องการลงไปหาลูกเลยให้ลูเซียสไปพาสเนปมาหาเขาแทน

เฮอร์ไมโอนี่โกรธมากที่รู้ว่าโวลเดอมอร์แค่นั่งรออยู่ที่เพิงโหยหวนโดยไม่แม้จะลงมาสู้แฮร์รี่บอกว่าเขาไม่ต้องลงมาสู้แค่รอให้แฮร์รี่ไปหาเขาเท่านั้นงูนากินี่ก็อยู่ข้างเขาเช่นกันพวกเขาอยู่ใต้ผ้าคลุมล่องหนพยายามจะออกไปนอกปราสาทพวกเขาเห็นเพื่อนอาจารย์และผีในโรงเรียนร่วมต่อสู้กับผู้เสพความตายที่หน้าประตูเดรโก้พยายามบอกผู้เสพความตายว่าเขาอยู่ฝ่ายเดียวกันแต่แฮร์รี่เข้ามาพอดีและช่วยชีวิตเดรโก้ไว้อีกครั้งประตูใหญ่เปิดออกแมงมุมยักษ์ทะลักเข้ามาแสงไฟจากคาถาลอยเต็มไปหมดพวกกำลังคิดอยู่ว่าจะออกไปยังไงท่ามกลางความชุลมุนแบบนี้แฮกริดก็วิ่งลงมาตะโกนว่าอย่าทำร้ายพวกมันและถูกกลืนหายไปกับพวกแมงมุมและเวทมนต์มากมายพวกแมงมุมถอยไปพร้อมกับเหยื่อพวกแฮร์รี่วิ่งตามออกไปและพบกับพวกยักษ์รอนห้ามเฮอร์ไมโอนี่ไม่ให้เสกคาถาทำให้พวกนั้นสลบเพราะยักษ์จะล้มทับปราสาทพังพวกเขาวิ่งหนีจนเกือบจะถึงป่า Dementors ก็รายล้อมพวกเขาแต่ผู้พิทักษ์ของลูน่าเออร์นี่ย์และเซมัสก็จัดการ Dementors ไปได้

พวกเขามาถึงต้นวิลโล่ว์จอมหวดและเข้าไปข้างในใต้ผ้าคลุมล่องหนและแอบดูตรงช่องกำแพงเขาเห็นโวลเดอมอร์และสเนปนากินี่ลอยอยู่ในวงคาถากลางอากาศสเนปบอกว่าเขาจะไปพาแฮร์รี่มาให้แต่โวลเดอมอร์ถามเขาว่าทำไมไม้กายสิทธิ์ถึงไม่สามารถแสดงความมหัศจรรย์ออกมาแบบเมื่อก่อนเวทมนต์ที่เขาใช้เป็นเพียงเวทมนต์ธรรมดาเท่านั้นเขาไม่รู้สึกถึงความแตกต่างระหว่าง Elder Wand กับไม้กายสิทธิ์อันเดิมของเขาเลยสเนปยืนยันว่าจะไปพาแฮร์รี่มาให้โวลเดอมอร์บอกว่าแฮร์รี่จะขึ้นมาหาเขาเองแต่ตอนนี้เขาสงสัยเรื่องไม้กายสิทธิ์ว่าทำไมถึงไม้กายสิทธิ์ไม้ยิวกับไม้กายสิทธิ์ของลูเซียสทั้งสองอันที่เขาเคยใช้ต่างสู้กับแฮร์รี่ไม่ได้แม้แต่ Elder Wand ก็ดูไม่แตกต่างซึ่งสเนปก็ตอบไม่ได้แต่โวลเดอมอร์บอกว่าเขาเข้าใจแล้วว่าเพราะเขาไม่ใช่ผู้ครอง Elder Wand ที่แท้จริงไม้กายสิทธิ์จะตกเป็นของผู้ที่ฆ่าเจ้าของคนเดิมแต่เดิม Elder Wand เป็นของดัมเบิลดอร์คนที่ฆ่าดัมเบิลดอร์ก็คือสเนป

กรงขังงูลอยขึ้นมาทับสเนปที่ศีรษะและบ่าโวลเดอมอร์สั่งนากินีให้ไปฆ่าสเนปมันฉกกัดไปที่คอของสเนปที่ยังไม่ทันร่ายมนต์ปลดกรงออกจากตัวเองโวลเดอมอร์บอกว่าเขาเสียใจแต่ไม่มีความเสียใจใดบนใบหน้าและน้ำเสียงเขาเอากรงออกจากร่างสเนปทิ้งให้สเนปตายและเดินลอดอุโมงค์ออกไปจากเพิงโหยหวน

แฮร์รี่ค่อยเข้าไปหาสเนปที่กำลังจะตายสเนปคว้าคอเสื้อคลุมดึงแฮร์รี่เข้ามาใกล้และบอกว่าให้นำมันไป ... แฮร์รี่รู้ดีว่ามันคืออะไรสีฟ้าเงินลื่นที่ไม่ใช่ทั้งของเหลวหรือก๊าซไหลออกมาจากปากหูและดวงตาเฮอร์ไมโอนี่ส่งขวดแก้วให้แฮร์รี่เก็บสิ่งสีเงินนี้สเนปบอกให้แฮร์รี่จ้องมองเขาแล้วเขาก็สิ้นใจ

บทที่ 33 - The Prince's Tale

แฮร์รี่นั่งข้างร่างไร้ชีวิตของสเนปอยู่พักหนึ่งก่อนเขาจะได้ยินเสียงของโวลเดอมอร์ที่ดังก้องโรงเรียนและ Hogsmeade ว่าให้แฮร์รี่ออกมามอบตัวภายในหนึ่งชั่วโมงที่ป่าต้องห้ามไม่งั้นเขาจะฆ่าทุกคนไม่ให้เหลือแม้แต่ผู้หญิงและเด็กในห้องโถงใหญ่ผู้คนมารวมกันรักษาคนเจ็บและนั่งข้างคนที่ตายร่างของเฟร็ดถูกล้อมด้วยครอบครัววีสลีย์ลูปินกับท๊องก์ดูเหมือนหลับอย่างสงบแฮร์รี่กลับไปยังห้องทำงานของดัมเบิลดอร์เงียบไปที่เพนซีปและเทความทรงจำของสเนปลงไป

สเนปในวัยเด็กแอบเฝ้ามองเด็กสาวสองคนหลังพุ่มไม้ลิลลี่กับเพ็ตทูเนียกำลังเล่นกันโดยลิลลี่ใช้เวทมนต์กับดอกไม้เพ็ตทูเนียหวาดกลัวบอกว่าแม่พวกเธอห้ามลิลลี่ทำแบบนี้สเนปกระโดดออกมาบอกว่ามันคือเวทมนต์และลิลลี่คือแม่มดเพ็ตทูเนียตกใจและกล่าวหาว่าสเนปแอบซุ่มมองพวกเธอมาตลอดและพาลิลลี่ที่หันมองสเนปอยู่จากไป

สเนปกับลิลลี่ในวัยเด็กนั่งคุยกันใต้ต้นไม้สเนปบอกว่ากระทรวงจะเอาผิดคนที่อายุไม่ถึงเกณฑ์แล้วใช้เวทมนต์นอกโรงเรียนสเนปเล่าว่าอีกไม่นานพวกเขาจะได้รับจดหมายแต่ลิลลี่จะมีคนมาที่บ้านเพราะเธอเป็นมักเกิ้ลลิลลี่ถามสเนปว่าเป็นคนที่เกิดจากมักเกิ้ลแตกต่างจากคนอื่นไหมซึ่งสเนปตอบว่าไม่มีอะไรแตกต่างพวกเขาคุยเรื่องครอบครัวของสเนปพลังเวทมนต์ทรงพลังของลิลลี่และขณะที่สเนปเล่าเรื่อง Dementor ที่ลิลลี่ถามเขาได้ยินเสียงเพ็ตทูเนียลื่นจากด้านหลังจนสเนปบอกว่าคราวนี้ใครกันแน่ที่แอบดูแอบฟังอยู่เพ็ตทูเนียโกรธมากเลยเยาะเย้นสเนปว่าใส่กระโปรงของแม่อยู่เหรอกิ่งไม้บนศีรษะของเพ็ตทูเนียหักและหล่นใส่เธอลิลลี่โกรธและกล่าวหาว่าสเนปเป็นคนทำแต่เขาปฏิเสธเธอไม่ยอมฟังวิ่งตามพี่สาวกลับบ้าน

ที่สถานีรถไฟสเนปเฝ้ามองครอบครัวมาส่งลิลลี่ลิลลี่ยังคงขอโทษเพ็ตทูเนียอยู่บอกว่าเมื่อเธอไปถึงโรงเรียนจะพยายามขอร้องอาจารย์ให้รับเพ็ตทูเนียเข้าโรงเรียนซึ่งทำให้เพ็ตทูเนียโกรธและอับอายมากจนปฏิเสธว่าเธอไม่เคยต้องการไปที่โรงเรียนสำหรับคนประหลาดเช่นลิลลี่หรือสเนปลิลลี่บอกว่าเธอแน่ใจว่าเพ็ตทูเนียไม่คิดว่ามันประหลาดแน่เพราะเธอรู้ว่าเพ็ตทูเนียเขียนจดหมายถึงดัมเบิลดอร์ขอร้องให้รับเธอเข้าเรียนด้วยซึ่งทำให้เพ็ตทูเนียยิ่งโกรธมากขึ้นอีก

ลิลลี่นั่งร้องไห้อยู่ในรถไฟสเนปเข้ามานั่งด้วยและปลอบเธอโดยบอกเรื่องว่าพวกเขากำลังไปฮอกวอกต์ซึ่งทำให้ลิลลี่ยิ้มออกมาได้สเนปบอกว่าเขาหวังว่าลิลลี่จะอยู่บ้านสลิธีรินจนกระทั่งเจมส์กับซีเรียสเข้ามานั่งและบอกว่าเกทับว่าพวกเขาจะอยู่บ้านกริฟฟินดอร์ผู้กล้าหาญจนมีปากเสียงกันนิดหน่อยเจมส์กับซีเรียสเลยเยาะเย้ยสเนปก่อนย้ายไปนั่งที่อื่น

สเนปเฝ้ามองอย่างผิดหวังเมื่อลิลลี่ถูกประกาศอยู่บ้านกริฟฟินดอร์เธอหันมองสเนปอย่างเศร้าก่อนจะยิ้มและเดินไปนั่งกับพวกกริฟฟินดอร์ซีเรียสขยับที่ให้เธอนั่งแต่เธอเหมือนจำเรื่องบนรถไฟได้เลยกอดอกและหันหลังให้เขา

ลิลลี่กับสเนปเดินคุยกันแต่เหมือนจะทะเลาะกันมากกว่าที่ลานโรงเรียนลิลลี่ไม่ชอบที่เห็นสเนปคบเพื่อนที่ใช้ศาสตร์มืดและสเนปเองก็ไม่ชอบพวกเจมส์เหมือนกันและเขาสงสัยเรื่องของลูปินที่ป่วยทุกครั้งที่พระจันทร์เต็มดวงลิลลี่เตือนเขาว่าเจมส์ช่วยชีวิตเขาจากต้นวิลโล่ว์จอมหวดแต่สเนปเย้ยว่าเจมส์แค่ต้องการจะเป็นฮีโร่เท่านั้นและเขารู้ดีว่าเจมส์ก็ชอบลิลลี่

สเนปถูกเจมส์ใช้คาถาจับขาลอยบนฟ้าและแกล้งเขาลิลลี่กับพวกเพื่อนเข้ามาห้ามสเนปตะโกนด่าเธอว่าพวกเลือดสีโคลนด้วยความโกรธที่ถูกทำให้อับอาย

สเนปตามขอโทษลิลลี่หลายต่อหลายครั้งถึงขนาดมานั่งเฝ้าหน้าทางเข้าบ้านลิลลี่ออกมาพบเขาเพราะเพื่อนเธอบอกว่าเขาตั้งใจจะนอนเฝ้าหน้าทางเข้าสเนปพยายามขอโทษแต่ลิลลี่บอกว่าเหมือนพวกเขาเลือกทางเดินของตัวเองแล้วที่สเนปเลือกคบพวกผู้เสพความตายและจะเข้าร่วมโวลเดอเมอร์ในภายหลังถึงขนาดเรียกเธอว่าเลือดสีโคลนและทำไมเธอถึงแตกต่างจากคนอื่น

สเนปกำลังรอใครบางคนอยู่ดัมเบิลดอร์ปรากฏตัวขึ้นปลดอาวุธสเนปและถามว่าเขาต้องการอะไรสเนปขอร้องดัมเบิลดอร์บอกว่าให้ช่วยลิลลี่ด้วยแต่ดัมเบิลดอร์บอกว่าคำทำนายไม่ได้หมายถึงลิลลี่แต่เป็นลูกชายของเธอสเนปแน่ใจว่าโวลเดอมอร์ต้องการจะฆ่าพวกเขาทั้งหมดและขอให้ดัมเบิลดอร์ช่วยลิลลี่ซึ่งทำให้ดัมเบิลดอร์รู้สึกสมเพชสเนปมากที่คิดจะช่วยลิลลี่คนเดียวโดยไม่สนใจเจมส์กับลูกสเนปไม่ตอบและขอให้ดัมเบิลดอร์ช่วยซ่อนพวกเขาทั้งหมดในที่ปลอดภัยและเขาจะยอมทำทุกอย่างให้

ที่ห้องทำงานของดัมเบิลดอร์สเนปบอกว่าเขาคิดว่าดัมเบิลดอร์จะซ่อนพวกเธอในที่ปลอดภัยดัมเบิลดอร์ตอบว่าพวกเขาเลือกคนไว้ใจผิดแต่แฮร์รี่ยังไม่ตายสเนปที่หมดหวังแล้วไม่สนใจแฮร์รี่จนดัมเบิลดอร์บอกว่าแฮร์รี่มีดวงตาที่ถอดแบบจากลิลลี่และบอกว่าถ้าสเนปรักลิลลี่จริงทางเลือกของเขาก็ชัดเจนมากอย่าให้ลิลลี่ต้องตายอย่างไร้ค่าสเนปต้องช่วยปกป้องลูกชายของลิลลี่สเนปขอให้ดัมเบิลดอร์ห้ามบอกเรื่องนี้กับแฮร์รี่โดยเด็ดขาด

สเนปเข้ามาบ่นกับดัมเบิลดอร์เรื่องนิสัยของแฮร์รี่ที่เหมือนเจมส์ไม่มีผิดแต่ดัมเบิลดอร์ไม่สนใจบอกว่าจับตามองควีเรลล์ให้ดี

ดัมเบิลดอร์ยืนคุยกับสเนปหลังงานเลี้ยงเต้นรำเลิกเรื่องของตรามารคาร์คารอฟเด่นชัดขึ้นมาอีกครั้งและสเนปยืนยันว่าเขาจะไม่เข้าร่วมโวลเดอมอร์อีก

ที่ห้องทำงานของดัมเบิลดอร์ดัมเบิลดอร์ดูอิดโรยมากสเนปใช้ไม้กายสิทธิ์และเอายามารักษาแผลที่มือของดัมเบิลดอร์แหวนที่ถูกทำลายวางอยู่บนโต๊ะสเนปบอกว่าดัมเบิลดอร์จะมีชีวิตอยู่ได้อีกประมาณหนึ่งปีเพราะคำสาปจะกระจายไปเรื่อยดัมเบิลดอร์บอกว่าเขาโชคดีแล้วแค่นี้ก็พอแล้วและเขาก็มีสเนปอยู่ดัมเบิลดอร์กล่าวถึงแผนของโวลเดอมอร์ที่จะใช้เดรโก้เข้ามาฆ่าตัวเขาสเนปบอกว่าโวลเดอมอร์เองก็ไม่คาดหวังว่าเดรโก้จะทำได้ซึ่งจะเป็นการลงโทษครอบครัวมัลฟอยจริงแล้วเดรโก้เองก็ถูกหมายหัวไว้อยู่แล้วพอกับดัมเบิลดอร์ซึ่งหากเดรโก้ทำไม่สำเร็จคนที่จะทำงานต่อก็คือสเนปดัมเบิลดอร์ฝากฝังให้สเนปปกป้องโรงเรียนและเด็กเพราะไม่ช้าก็เร็วโวลเดอมอร์ต้องเข้ามายึดแน่ดัมเบิลดอร์ขอให้สเนปเป็นคนที่สังหารเขาซึ่งเวลานั้นกำลังจะมาถึงดัมเบิลดอร์ไม่อยากให้จิตวิญญาณของเดรโก้กระทบกระเทือนมากกว่านี้เพราะมันอาจจะยังเยียวยาได้อยู่

สเนปเดินคุยกับดัมเบิลดอร์ถามว่าดัมเบิลดอร์ทำอะไรกับแฮร์รี่แต่ดัมเบิลดอร์ไม่ยอมบอกบอกเพียงแค่ว่าเขาปรึกษาและบอกข้อมูลบางอย่างให้แฮร์รี่สเนปบอกว่าดัมเบิลดอร์ไม่เชื่อเขาดัมเบิลดอร์บอกว่าเขาไม่ควรบอกความลับทุกอย่างให้กับคนเดียวโดยเฉพาะกับสเนปที่ตอนนี้อยู่ใกล้ชิดกับโวลเดอมอร์แม้สเนปจะทำไปตามคำสั่งของดัมเบิลดอร์เองก็ตามเขาแน่ใจว่าโวลเดอมอร์เองก็กลัวการเชี่อมต่อของโวลเดอมอร์กับแฮร์รี่และคงไม่คิดจะเข้ามาควบคุมจิตใจแฮร์รี่อีก

ดัมเบิลดอร์บอกสเนปเกี่ยวกับนากินี่ว่าจะถึงเวลาที่โวลเดอมอร์เป็นห่วงชีวิตของงูเมื่อนั้นจะปลอดภัยที่จะบอกแฮร์รี่ถึงเรื่องคืนที่โวลเดอมอร์เข้ามาฆ่าครอบครัวพอตเตอร์คำสาปของลิลลี่สลายวิญญาณของโวลเดอมอร์ส่วนหนึ่งได้เข้าไปอยู่ในสิ่งมีชีวิตเดียวตรงนั้นซึ่งก็คือแฮร์รี่ทำให้แฮร์รี่พูดภาษาพาร์เซลเชื่อมต่อจิตใจกับโวลเดอมอร์ได้และส่วนวิญญาณนั้นก็ได้ปกป้องแฮร์รี่ไปด้วยซึ่งแฮร์รี่ต้องตายและโวลเดอมอร์ต้องเป็นคนฆ่าเขาโวลเดอมอร์ถึงจะตายได้สเนปโกรธมากเพราะที่ผ่านมาเขาคอยปกป้องแฮร์รี่มาตลอดและท้ายที่สุดแฮร์รี่ก็ต้องถูกฆ่าอยู่ดีแค่เพียงแต่ตายให้ถูกที่ถูกเวลาเท่านั้นสเนปกล่าวว่าดัมเบิลดอร์เพียงใช้เขาให้สเนปเป็นสายเสี่ยงภัยอันตรายมากมายเพื่อเขาทุกสิ่งที่เขาทำเพื่อปกป้องลูกชายของลิลลี่ให้ปลอดภัยทุกอย่างที่ทำเพื่อเลี้ยงดูแฮร์รี่ราวกับหมูรอวันเชือดดัมเบิลดอร์ถามเขาว่าสเนปรู้สึกเป็นห่วงแฮร์รี่แล้วหรือสเนปถามกลับว่าเพื่อเขาหรือแล้วก็เสกผู้พิทักษ์ออกมามันเป็นกวางสาวสีเงินดัมเบิลดอร์น้ำตาไหลถามเขาว่าตลอดเวลาเลยหรือสเนปยืนยันว่าตลอดเวลา

สเนปยืนคุยอยู่กับภาพของดัมเบิลดอร์ดัมเบิลดอร์บอกว่าให้เขาบอกโวลเดอมอร์วันและเวลาที่แท้จริงที่แฮร์รี่จะเดินทางจากบ้าน Dursleys และเพื่อไม่ให้ถูกสงสัยให้สเนปไปบอกมันดันกัสให้ใช้แผนน้ำยาสรรพรสและเปลี่ยนความทรงจำเขาให้บอกภาคีว่านี่คือแผนของมันดันกัสเอง

สเนปขี่ไม้กวาดไล่ตามลูปินกับจอร์จในร่างของแฮร์รี่ผู้เสพความตายบินอยู่หน้าสเนปและชี้ไม้กายสิทธิ์ไปที่ลูปินสเนปเสกคาถาตั้งใจจะเล็งไปที่ไม้กายสิทธิ์ของผู้เสพความตายแต่คาถาพุ่งไปโดนจอร์จแทน

สเนปนั่งอยู่ในห้องนอนของซีเรียสน้ำตาไหลเมื่ออ่านจดหมายของลิลลี่เขาฉีกจดหมายเอาในส่วนหน้าที่สองที่เขียนว่าดัมเบิลดอร์เคยเป็นเพื่อนกับ Grindelwald และ Bathilda คงคิดไปเองรักเสมอจากลิลลี่สเนปเก็บส่วนที่ลงลายเซ็นต์ของลิลลี่เอาไว้และฉีกรูปเอาแต่ลิลลี่ไปโดยทิ้งส่วนที่เหลือคือเจมส์กับแฮร์รี่ไว้ในลิ้นชัก

ในห้องทำงานสเนปยืนอยู่เมื่อ Phineas กลับเข้ามาในรูปบอกว่าได้ยินเฮอร์ไมโอนี่พูดว่าพวกเขาอยู่ที่ Forest of Dean ดัมเบิลดอร์บอกให้สเนปเอาดาบไปและอย่าให้แฮร์รี่รู้ว่าเป็นสเนป

บทที่ 34 - The Forest Again

เมื่อความจริงเปิดเผยแล้วแฮร์รี่ก็เข้าใจว่าเขาไม่ควรมีชีวิตอยู่อีกและต้องตายแบบไม่ขัดขืนเขาเข้าใจดัมเบิลดอร์แล้วด้วยแต่ก่อนที่เขาจะตายเขาต้องบอกเรื่อง Horcruxes สุดท้ายแฮร์รี่พบเนวิลล์ที่กำลังเก็บร่างของ Colin Creevey เขาฝากให้เนวิลล์ฆ่างูที่อยู่โวลเดอมอร์ซึ่งเนวิลล์ก็รับปาก

ที่ชายป่ามี Dementors เต็มไปหมดและแฮร์รี่ก็ไม่เหลือแรงกำลังที่จะเสกผู้พิทักษ์อีกเขาจึงหยิบลูกสนิทช์ขึ้นมากระซิบว่าเขากำลังจะตายลูกสนิทช์แตกออก Resurrection Stone อยู่ข้างในแล้วแฮร์รี่ก็เข้าใจว่ามันไม่ได้เพื่อทำให้คนตายฟื้นคืนเขากำลังจะกลายเป็นคนตายเหมือนพวกนั้นแฮร์รี่หมุนหินสามครั้งแล้วเขาก็เห็นเจมส์ลิลลี่ซีเรียสกับลูปินไม่ใช่ผีหรือร่างเนื้อเหมือนที่เขาเคยเห็นทอมริดเดิ้ลจากไดอารี่พวกเขาเหมือนกับเป็นผู้พิทักษ์ให้แฮร์รี่โดยที่ Dementors ทำอะไรเขาไม่ได้เขายังอยู่ใต้ผ้าคลุมล่องหนเดินลึกเข้าไปในป่า

โวลเดอมอร์อยู่กล่ามกลางผู้เสพความตายเกือบจะคิดว่าเขาคิดผิดเสียแล้วแต่แฮร์รี่ก็ตะโกนออกมาและเผลอทำ Resurrection Stone หล่นจากมือวิญญาณพวกพ่อหายไปเขาเดินเข้าไปท่ามกลางเสียงหัวเราะของผู้เสพความตายแฮกริดถูกจับไว้ตรงนั้นตะโกนห้ามไม่ให้แฮร์รี่เข้ามาแฮร์รี่เห็นงูนากินี่คิดในใจว่าคงฆ่ามันไม่ได้แน่เพราะผู้เสพความตายตรงนั้นคงฆ่าเขาก่อนเขาจึงได้แต่เดินเข้าไปหาโวลเดอมอร์ยกไม้กายสิทธิ์แฮร์รี่เห็นแสงสีเขียวและทุกสิ่งก็ดับวูงลง

บทที่ 35 Kings Cross

ทุกอย่างเงียบไปหมดแฮร์รี่รู้สึกตัวและมองไปรอบแล้วดัมเบิลดอร์ก็เดินมาหาแฮร์รี่ถามว่าดัมเบิลดอร์ตายแล้วเขาก็คงตายแล้วเหมือนกันดัมเบิลดอร์ตอบว่าตัวเขาตายแล้วจริงแต่ส่วนแฮร์รี่เขาคิดว่ายังไม่ตายเพราะแฮร์รี่ไม่ได้คิดปกป้องตัวเองเลยและปล่อยให้โวลเดอมอร์ฆ่าเพื่อทำลายส่วนเสี้ยววิญญาณโวลเดอมอร์ในร่างเขาให้หมดไปตอนนี้วิญญาณของแฮร์รี่สมบูรณ์แล้วร่างเนื้อของโวลเดอมอร์ในตอนนี้ก็มีเลือดของแฮร์รี่ที่ลิลลี่ใช้เวทมนต์ปกป้องและแฮร์รี่ก็คือ Horcrux อันที่เจ็ดที่เขาไม่ได้ตั้งใจจะสร้างขึ้นเมื่อครั้งที่เขาจะฆ่าแฮร์รี่ตอนเด็กเขาได้ทิ้งส่วนหนึ่งของตัวเองไว้กับแฮร์รี่ดัมเบิลดอร์บอกว่าโวลเดอมอร์เป็นคนเลือดเย็นไม่รู้จักและเข้าใจในความรัก

แฮร์รี่ถามเรื่องไม้กายสิทธิ์ว่าทำไมไม้ของเขาทำลายไม้ที่โวลเดอมอร์ยืมมาได้ดัมเบิลดอร์ตอบว่าเขาเดาเอาว่าแฮร์รี่ยอมรับความตายซึ่งเป็นสิ่งที่โวลเดอมอร์ทำไม่ได้และไม้กายสิทธิ์รับรู้ถึงความสัมพันธ์ของผู้เป็นนายโวลเดอมอร์เป็นทั้งญาติและศัตรูไม้กายสิทธิ์เก็บพลังแห่งความกล้าหาญและสามารถเอาชนะไม้ของลูเซียสได้แต่มันก็ถูกเฮอร์ไมโอนี่ทำลายได้เพราะพลังของไม้แฮร์รี่จะส่งผลโดยตรงต่อโวลเดอมอร์เท่านั้นโวลเดอมอร์ไม่ได้ฆ่าแฮร์รี่เขาล้มเหลวในการฆ่าแฮร์รี่ต่างหาก

ในตอนนั้นแฮร์รี่ก็รู้สึกว่าเขากำลังอยู่ในสถานีคิงครอสเมื่อเขาถามดัมเบิลดอร์เกี่ยวกับ Deathly Hallows ดัมเบิลดอร์ก็เหมือนเด็กที่ทำผิดแล้วถูกจับได้เขาขอให้แฮร์รี่ยกโทษให้เพราะเขาเหมือนกับคนโง่ที่ลุ่มหลงไปกับมันเขาเองก็หาทางเอาชนะความตายเช่นเดียวกันมันคือสิ่งที่ผูก Grindelwald เข้าด้วยกันด้วยความลุ่มหลง ดัมเบิลดอร์บอกว่าผ้าคลุมล่องหนเป็นมรกดของ Ignotus ตกทอดไปยังลูกหลานเขาขอยืนผ้าคลุมมาตรวจดูแม้เขาจะทิ้งความฝันเรื่อง Hallows ไปนานแล้วแต่เขาก็ยังตื่นเต้นกับมันและเมื่อเจมส์ตายเขาก็ได้ครอง Hallows แล้วถึงสองอย่าง

ส่วนเรื่องน้องสาวเขายอมรับว่าเขาอยากหนีไปหาความรุ่งโรจน์แม้เขาจะรักครอบครัวมากก็ตามแต่ความเห็นแก่ตัวก็ยังมีเขารู้สึกเหมือนถูกขังเมื่อต้องรับผิดชอบน้องหลังแม่ตายและเมื่อ Grindelwald เข้ามามันก็เหมือนมาจุดประกายให้อีกจากนั้น Grindelwald ก็หนีไปหลังเกิดเหตุการณ์ที่น้องสาวเขาตายหลังจากนั้นก็มีข่าวลือว่า Grindelwald ได้พบไม้กายสิทธิ์ทรงพลังส่วนเขาก็เป็นอาจารย์ที่ฮอกวอร์ตฝึกสอนพ่อมดแม่มดส่วน Grindelwald ก็สร้างกองทัพดัมเบิลดอร์ยอมรับว่าเขาเองก็กลัว Grindelwald จนถ่วงเวลาการประลองไปเรื่อยจนถ่วงไม่ได้อีกท้ายที่สุดเขาก็ชนะประลอง Grindelwald ถูกขังที่ Nurmengard และโกหกโวลเดอมอร์ว่าเขาไม่มี Elder Wand บางทีการโกหกนี้ก็เพื่อแก้ไขเรื่องในอดีตและหยุดไม่ให้โวลเดอมอร์ตามหา Hallows อีก

แล้วดัมเบิลดอร์ก็พบ Resurrection Stone ที่บ้านของ Gaunt เขาคิดว่าจะได้พบน้องสาวและแม่อีกแต่เขาก็โง่มากไม่ใช่ใครทุกคนจะรวม Hallows ได้ดัมเบิลดอร์ยอมรับว่าเขาเป็นผู้ครอง Elder Wand และใช้มันปกป้องผู้อื่นไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ตนเองส่วนผ้าคลุมเขาเอาไปดูเพราะความอยากรู้อยากเห็นเจ้าของที่แท้จริงคือแฮร์รี่

แฮร์รี่ถามว่าทำไมต้องทำให้ทุกอย่างมันยากขึ้นด้วยซึ่งดัมเบิลดอร์ก็ให้เหตุผลว่าหากบอกไปตรงพวกเขาอาจออกตามหาสิ่งที่น่ายั่วยวนใจทันทีโดยลืมเหตุผลที่แท้จริงไปโวลเดอมอร์ไม่รู้เรื่อง Hallows เพราะเขาเปลี่ยน Resurrection Stone ในแหวนเป็น Horcrux และ Elder Wand จะช่วยเขาทรงอำนาจไม่มีใครมาล้มได้

แฮร์รี่ถามว่าเขาจะกลับไปได้ไหมดัมเบิลดอร์บอกว่าแล้วแต่เขาแฮร์รี่มีทางเลือกอย่าสงสารคนตายให้สงสารคนเป็นโดยเฉพาะผู้ที่มีชีวิตโดยปราศจากความรักหากกลับไปแล้วเขาแน่ใจว่าวิญญาณผู้อื่นจะถูกทำร้ายน้อยลงและครอบครัวจะไม่ถูกทำลายมากไปกว่านี้เขาก็ควรกลับไป

บทที่ 36 - The Flaw in the Plan

แฮร์รี่รู้สึกเหมือนหล่นลงมาจากฟ้าสู่พื้นดินอีกครั้งเขารู้สึกเจ็บไปหมดหลังจากถูกคำสาปสังหารแต่เขาก็ยังนอนอยู่ในท่าเดิมไม่ขยับเขาแอบลอบมองดูและเห็นว่าโวลเดอมอร์เองก็ล้มลงไปเช่นกันราวกับคำสาปส่งผลถึงเขาด้วยโวลเดอมอร์สั่งให้คนไปดูว่าแฮร์รี่ตายจริงหรือยังแฮร์รี่ได้ยินเสียงกระซิบที่เบามากของนาร์ซิสซ่าถามเขาว่าเดรโก้ยังมีชีวิตอยู่ไหมเขายังอยูในปราสาทใช่ไหมแฮร์รี่กระซิบตอบไปว่าใช่แล้วนาร์ซิสซ่าก็บอกทุกคนว่าแฮร์รี่ตายแล้วผู้เสพความตายคนอื่นต่างดีใจโวลเดอเมอร์ใช้คำสาปกรีดแทงไปยังแฮร์รี่เพื่อความสะใจตัวเองแต่แฮร์รี่รู้สึกแปลกมากเพราะคาถาทำอะไรเขาไม่ได้เลยเขาไม่รู้สึกเจ็บสักนิดแต่เขาก็ยังแกล้งทำเป็นตายอยู่โวลเดอมอร์ให้แฮกริดเป็นคนอุ้มแฮร์รี่เข้าไปในปราสาท

โวลเดอมอร์ใช้เวทมนต์ส่งเสียงไปบอกทุกคนในปราสาทว่าพวกเขาชนะแล้วแฮร์รี่ตายแล้วหากใครยังต่อต้านอีกจะถูกสังหารแล้วเขาก็เดินนำงูนากินี่ลอยตามมาโดยไม่ได้อยู่ในกรงอีกแล้วแฮกริดที่อุ้มแฮร์รี่ไว้เดินตามมาพร้อมกับผู้เสพความตายเดินเข้าไปในปราสาทแฮร์รี่ได้ยินเสียงร้องของมักกอลนากัลรอนเฮอร์ไมโอนี่จินนี่และเพื่อนทุกคนเขาอยากตะโกนกลับไปว่าเขายังไม่ตายแต่เขาทำไม่ได้โวลเดอมอร์ให้แฮกริดวางแฮร์รี่แทบเท้าและบอกทุกคนว่าเขาสังหารแฮร์รี่ขณะที่แฮร์รี่กำลังพยายามหนี

ทันใดนั้นก็มีแสงจากคาถาพุ่งเข้าจะทำร้ายโวลเดอมอร์แต่คนร่ายคาถาถูกปลดอาวุธเสียก่อนเขาคือเนวิลล์โวลเดอมอร์ชักชวนเนวิลล์ให้มาเป็นผู้เสพความตายเพราะเนวิลล์เป็นพวกเลือดบริสุทธิ์แต่เนวิลล์ปฏิเสธเสียงแข็ง

โวลเดอมอร์โบกไม้กายสิทธิ์หมวกคัดสรรอยู่ในมือเขาและเขาก็ประกาศว่าต่อไปที่โรงเรียนจะมีแต่บ้านสลิธีรินเท่านั้นจากนั้นโบกหมวกคัดสรรไปสวมที่หัวของเนวิลล์บอกว่านี่คือตัวอย่างของผู้ที่ต่อต้านเขาแล้วหมวกคัดสรรก็ลุกเป็นไฟบนหัวของเนวิลล์ทันใดนั้นทุกอย่างเกิดขึ้นแทบจะพร้อมกันเสียงของ Grawp กับยักษ์ของโวลเดอมอร์ดังลั่นท่ามกลางความชุลมุนแฮร์รี่ซ่อนตัวใต้ผ้าคลุมล่องหนและหลบออกจากตรงนั้นเนวิลล์สลัดหมวกคัดสรรหลุดไปได้พร้อมกับดึงดาบกริฟฟินดอร์ออกมาและฟันหันงูนากินี่ตาย

ทุกคนต่อสู้กันแฮร์รี่พยายามเสกคาถาป้องกันให้กับคนที่กำลังจะถูกโวลเดอมอร์ทำร้ายเซ็นทอร์บัคบีค Thestral เอลฟ์ประจำบ้านผีประจำโรงเรียนครอบครัวนักเรียนที่ทราบข่าวชาวบ้านที่ Hogsmeade และ Grawp ต่างเข้ามาสู้กันวุ่นวายโวลเดอมอร์กำลังดวลอยู่กับมักกอลนากัลคิงสลีย์และสลัคฮอร์นขณะที่เบลลาทริกซ์กำลังสู้กับเฮอร์ไมโอนี่จินนี่และลูน่าจากนั้นมอลลี่ก็เข้ามาตะโกนก้องบอกว่าห้ามเบลลาทริกซ์แตะต้องลูกของเธออีกสองคนสู้กันแล้วคำสาปของมอลลี่ก็สังหารเบลลาทริกซ์ลงได้ท่ามกลางความโกรธแค้นของโวลเดอมอร์เขากำลังจะสาปมอลลี่แฮร์รี่ก็เลยสลัดผ้าคลุมออกและร่ายเวทมนต์ป้องกันให้มอลลี่

ทุกคนต่างโห่ร้องยินดีเพราะเห็นว่าแฮร์รี่ยังไม่ตายแฮร์รี่ขึ้นไปเผชิญหน้ากับโวลเดอมอร์และประกาศไม่ให้ใครมาช่วยเพราะมันต้องเป็นเขาคนเดียวเท่านั้นแฮร์รี่บอกว่าคาถาของโวลเดอมอร์ทำร้ายคนอื่นไม่ได้อีกแล้วและเขายอมตายเพื่อปกป้องเพื่อนเหมือนกับที่ลิลลี่เคยทำโวลเดอมอร์เลยทำร้ายเพื่อนเขาไม่ได้อีกโวลเดอมอร์เย้ยแฮร์รี่ว่าเป็นเพราะความรักอีกแล้วแต่ความรักก็หยุดไม่ให้ดัมเบิลดอร์ตายได้ไม่ได้ช่วยให้แม่ของแฮร์รี่รอดพ้นความตายและจะไม่มีอะไรมาช่วยแฮร์รี่ให้รอดพ้นความตายได้อีกถ้าเขาจัดการแฮร์รี่แฮร์รี่บอกว่ายังมีอีกอาวุธอีกอย่างหนึ่งและเขาก็เชื่อมั่นทั้งความรักและอาวุธนั้น

36 #2

โวลเดอมอร์บอกว่าเขาเป็นคนฆ่าดัมเบิลดอร์ ดัมเบิลดอร์ตายแล้ว แต่แฮร์รี่บอกว่าโวลเดอมอร์คิดผิด ดัมเบิลดอร์ไม่ได้ถูกฆ่า มันเป็นการวางแผนมานานหลายเดือนแล้ว และสเนปก็เป็นคนของดัมเบิลดอร์มาโดยตลอด เพราะสเนปรักลิลลี่มาตลอดชีวิต โวลเดอมอร์เถียงกลับว่ามันไม่มีประโยชน์อะไรอีก เพราะตอนนี้เขาคือเจ้าของ Elder Wand และเขาก็สังหารสเนปแล้ว แฮร์รี่บอกว่า Elder Wand ไม่ได้ทำงานอย่างเต็มความสามารถเพราะโวลเดอมอร์ฆ่าคนผิด สเนปไม่ได้เป็นเจ้าของ Elder Wand เพราะสเนปไม่ได้ฆ่าดัมเบิลดอร์ มันเป็นการวางแผนกันมาแล้วตั้งแต่ต้น และดัมเบิลดอร์ตั้งใจที่จะตายอยู่แล้ว หากเจ้าของไม้กายสิทธิ์ตาย พลังมันจะตายไปด้วย แม้โวลเดอมอร์ขโมยไม้จากศพของดัมเบิลดอร์ก็จริง แต่ไม้จะเลือกเจ้านายเอง และ Elder Wand ก็เลือกเจ้านายแล้วก่อนที่ดัมเบิลดอร์จะตาย คนที่แย่งมันไปจากดัมเบิลดอร์โดยที่เจ้าตัวไม่ได้ตั้งใจหรือรู้ตัวมาก่อน ซึ่งก็คือเดรโก้ มัลฟอย แล้วแฮร์รี่ก็เอาชนะเดรโก้ได้ และแย่งไม้กายสิทธิ์ของเดรโก้มาครอง แล้ว Elder Wand ก็รู้แล้วว่าเจ้าของมันถูกเอาชนะไปแล้ว และในตอนนี้ เจ้าของที่แท้จริงของ Elder Wand คือแฮร์รี่เอง

แสงจากไม้กายสิทธิ์ทั้งสองพุ่งใส่กัน โวลเดอมอร์ร่ายคาถาสังหาร แฮร์รี่ใช้คาถาปลดอาวุธ Elder Wand ลอยขึ้นในอากาศ หมุนวนเหมือนกับหัวของนากินี่ แฮร์รี่กระโดดรับ Elder Wand ขณะที่โวลเดอมอร์ล้มลง ตายเพราะการสะท้อนกลับของคาถาตนเอง

แล้วเสียงโห่ร้องยินดีก็ดังขึ้น ทุกคนต่างกรูกันเข้ามายินดีกับแฮร์รี่ เขากลายเป็นส่วนหนึ่งทั้งการแสดงความยินดี และความโศกเศร้า ทุกคนต้องการเขาตรงนั้น แฮร์รี่จับมือกับทุกคน พูดคุยกับทุกคน และรับคำขอบคุณจนกระทั่งเช้า เขาไม่ได้นอนเลย ผู้เสพความตายต่างหลบหนี ไม่ก็ถูกจับ ผู้บริสุทธิ์ถูกปล่อยตัวจากอัซคาบัน คิงสลีย์ขึ้นเป็นรัฐมนตรีชั่วคราว ศพของผู้ที่เสียชีวิตอยู่ในห้องโถง ครอบครัวมัลฟอยก็อยู่ที่นั้น ทุกคนนั่งโดยไม่แบ่งแยกบ้านอีก

ท้ายที่สุด แฮร์รี่หลบจากห้องโถงได้ และพารอนกับเฮอร์ไมโอนี่ไปที่ห้องทำงานของดัมเบิลดอร์ อาจารย์ใหญ่ในภาพวาดต่างปรบมือแสดงความยินดีกับแฮร์รี่ แฮร์รี่บอกดัมเบิลดอร์ในภาพว่าเขาทำ Resurrection Stone หล่นไปป่าและไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหน และเขาต้องการเก็บผ้าคลุมล่องหนเอาไว้ ส่วน Elder Wand แฮร์รี่บอกว่าเขาไม่ต้องการมัน เขาหยิบไม้กายสิทธิ์อันเดิมของตนเองที่ถูกทำลายออกมา ใช้ Elder Wand เสกคาถาซ่อมแซม จนไม้กายสิทธิ์กลับมาอยู่ในสภาพเดิม แฮร์รี่บอกว่าเขาจะเก็บ Elder Wand ในที่ มันจากมา และจะทิ้งไว้แบบนั้น เมื่อตัวเขาตาย พลังของมันก็จะหมดเพราะเจ้าของ มันไม่ได้ถูกผู้ใดเอาชนะ Elder Wand สร้างปัญหามากมายให้เขามากพอแล้ว และตอนนี้ เขาคิดถึงเตียงสี่เสาที่หอพักกริฟฟินดอร์ และหวังว่าครีเชอร์จะทำแซนวิชมาให้กิน

Epilogue

วันที่ 1 กันยายน แฮร์รี่จูงลูกสาวผมแดงชื่อลิลลี่ ปลอบเธอว่าอีกไม่นานก็จะได้ไปโรงเรียนแล้ว เขาได้เสียงอัลบัส ลูกชายบ่นว่าเขาจะไม่อยู่บ้านสลิธีรินเมื่อเจมส์ ลูกชายคนโตพูดแหย่เล่นจนจินนี่ต้องจ้องอย่างดุ

พวกเขาเดินผ่านชานชาลา ไปที่รถด่วนสายฮอกวอร์ต พวกเขาพบรอนกับเฮอร์ไมโอนี่และลูกสาวชื่อโรส ลูกชายที่ชื่อฮิวโก้กำลังคุยกับอัลบัสเรื่องที่ว่าพวกเขาจะไปอยู่บ้านไหน พวกเขาเห็นเดรโก้มาส่งลูกชายเหมือนกัน ซึ่งเดรโก้ก็พยักหน้าทักทายกัน เจมส์บอกว่าเขาเห็นเท็ดดี้อยู่กับ Victoire จินนี่สส่งเจมส์ขึ้นรถไฟ ฝากความคิดถึงไปให้เนวิลล์ที่เป็นอาจารย์ที่ฮอกวอร์ต

แฮร์รี่เห็นอัลบัสยังดูกังวลใจเรื่องการคัดสรรบ้านอยู่ จึงเข้าไปให้กำลังใจ บอกว่าเขาถูกตั้งชื่อว่า อัลบัส เซเวอร์รัส ตามชื่ออาจารย์ใหญ่สองคนของฮอกวอร์ต หนึ่งในนั้นเป็นสลิธีรินและเป็นคนที่กล้าหาญที่สุดที่เขาเคยรู้จัก บ้านสลิธีรินมีนักเรียนที่ยอดเยี่ยมเสมอ แต่หากเขาไม่อยากอยู่ เขาก็เลือกอยู่กริฟฟินดอร์ได้ เพราะหมวกคัดสรรยอมรับทางเลือกของแฮร์รี่มาก่อน

เด็ก ขึ้นรถไฟและโบกมือลา จินนี่พึมพำว่าลูก คงไม่เป็นไร แฮร์รี่แตะแผลเป็นที่หน้าผาก ซึ่งไม่เคยเจ็บอีกเลยตลอดสิบเก้าปี และเขาก็แน่ใจว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยดี


edit @ 2007/09/08 19:03:43
edit @ 2007/09/08 19:07:38


edit @ 2007/09/10 02:50:23
ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
Captcha: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
Thanks a lot. I much like The Elder Wand.
#1  by  Kaytie Irvine At 2007-09-16 18:24, 
#2  by  หมอผีโรคจิต At 2009-03-16 05:09, 
ขอบคุณมากเลยครับ
#3  by  kira (125.26.185.156) At 2009-04-09 08:02, 

<< Home


หมอผีโรคจิต
View full profile